้นไป หากพวกเจ้าสองแม่ลูกต้องการความช่วยเหลือ ได้โปรดเอ่ยปากกับข้า ขอเพียงข้าทำให้ได้ ข้าย่อมไม่ปฏิเสธ”
“เช่นนั้นดีเหลือเกินเจ้าค่ะ ต่อไปข้าต้องหาเรื่องลำบากท่านน้าให้มากๆ หน่อยแล้ว” ไป๋จื่อพูดพลางยิ้มแป้น
มารดาของอิงจื่อเห็นนางพูดจาอย่างสบายๆ ในใจก็รู้สึกเบิกบานเช่นกัน เหตุใดก่อนหน้านี้นางถึงไม่รู้สึกว่าเด็กคนนี้น่าเอ็นดูเช่นนี้
นางรับตะกร้าไม้ไผ่จากในมือของอิงจื่อ แล้วนำไปวางบนแผ่นไม้ที่จ้าวหลานนั่งอยู่ ทั้งยังพูดยิ้มๆ ว่า “พวกข้าเป็นคนในป่าเขา ไม่มีของดีอะไรเท่าไร พวกเจ้าสองแม่ลูกได้รับบาดเจ็บทั้งตัวเช่นนี้ คนสกุลไป๋ก็ขี้เหนียวเสียเหลือเกิน ดูแล้วคงสร้างความลำบากให้พวกเจ้าแน่นอน ในบ้านของข้าเลี้ยงแม่ไก่ไว้หลายตัว ออกไข่ออกมาจำนวนหนึ่ง จึงนำมาให้พวกเจ้าสองแม่ลูกเล็กน้อย ให้พวกเจ้าบำรุงร่างกาย จะได้หายเร็วขึ้นสักหน่อย”
คนในป่ายากจน จะกินเนื้อได้ก็ต่อเมื่อเป็นช่วงตรุษจีน อาหารประเภทเนื้อสัตว์ในชีวิตประจำวันก็อาศัยไข่ไก่นี่แหละ บ้านไหนๆ ก็ซ่อนมันไว้ราวกับของมีค่าก็ไม่ปาน
จ้าวหลานรีบปฏิเสธ “แม่อิงจื่อ เจ้านำไข่ไก่นี้กลับไปเถอะ ข้าจะรับสิ่งของของเจ้าได้อย่างไร น่าอายนัก”
“น่าอายอะไรกัน ไข่ไก่พวกนี้ล้วนออกมาจากไก่ของบ้านข้า ในบ้านของข้ายังมีอยู่อีก พวกเจ้ากินอย่างวางใจเถอะ” มารดาของอิงจื่อกล่าว
ไป๋จื่อยิ้ม “ในเมื่อเป็นเช่นนั้น พวกข้าก็จะไม่เกรงใจแล้วเจ้าค่ะ ถือเสียว่าพวกข้าหยิบยืมมา วัน