อเป็นสตรีจากในเมือง เพราะอายุมากแล้วแต่ยังแต่งเข้าบ้านที่เหมาะสมไม่ได้ ถึงได้แต่งงานมาเป็นสะใภ้ในหมู่บ้านกลางเขา ตอนแต่งงานนั้น ที่บ้านของนางให้สินสอดไม่น้อย ทั้งยังจัดพิธีอย่างเอิกเกริก ไม่รู้มีคนตั้งกี่คนที่อิจฉาและเพราะมาจากในเมือง นางจึงมีปฏิสัมพันธ์กับหญิงในหมู่บ้านน้อยมาก เวลามองผู้อื่น ก็มักจะทำท่าทางสูงส่ง และโดยเฉพาะกับจ้าวหลาน ที่มักจะถูกรังแกอยู่เสมอนางมาหาจ้าวหลานอย่างนั้นหรือ“เจ้ามาหานางมีธุระอะไร” หญิงสูงวัยสกุลไป๋กวาดสายตามองอิงจื่อที่อยู่ข้างๆ มารดา ในมือของนางถือตะกร้าไม้ไผ่เล็กๆ ใบหนึ่ง บนนั้นมีผ้าลายดอกคลุมไว้อยู่ จึงมองไม่ออกว่าใส่สิ่งของใดเอาไว้แม้จะมองไม่ออกว่าใส่สิ่งได้ไว้ แต่หญิงชราก็รู้ว่าในตะกร้านี้จะต้องใส่ของบางอย่างไว้แน่นอนมารดาของอิงจื่ออาศัยอยู่ในหมู่บ้านนี้มานาน จะไม่รู้ได้อย่างไรว่าหญิงชราสกุลไป๋เป็นคนเช่นไร ทั้งยังรู้ว่าจ้าวหลานและไป๋จื่อมีฐานะอย่างไรในบ้านนี้ หากให้อีกฝ่ายรู้ว่ามีสิ่งใดอยู่ในมือ คงไม่เหลือถึงมือของจ้าวหลานสองแม่ลูกแน่นางยิ้มพลางกล่าวว่า “ไม่มีอะไร เพียงอยากถามนางเรื่อยเปื่อย” จากนั้นนางก็หันหน้าไปมองเรือนผุพังที่จ้าวหลานอาศัยอยู่ ตอนนี้มันพังทลายอย่างแท้จริงแล้ว ครั้นนึกได้ว่าเมื่อวานบ่ายมีพายุฝน สีหน้าของนางก็เปลี่ยนไป ก่อนจะรีบถามว่า “เกิดอะไรขึ้นกับเรือนหลังนี้หรือ จ้าวหลานกับไป๋จื่อไม่เป็นอะไรกระมัง”หญิงชราสะบัดมือ “พวกนางจะเ