” ท่านหมอหูกล่าว
เจ้ารองคิดถึงเรื่องในตอนนั้น ครั้งนั้นบิดาและเจ้าสามตกลงมาจากหลังคาเรือน กระอักเลือดออกมาด้วย แต่ยังมีสติครบถ้วน
ขณะนั้นหมอลู่สั่งยา ให้พวกเขาไปรับยาในเมือง แต่พวกเขาคิดว่าค่ายาแพงเกินไป จึงรั้งรอไม่ยอมไปเสียที ไม่คิดเลยว่าเสียเวลาไปสองสามวันเช่นนั้น จะทำให้อาการบาดเจ็บอยู่ในขั้นร้ายแรงเสียได้
บัดนี้แม้เจ้ารองจะเสียดายเงินค่ารักษาสองตำลึงเงิน ทว่าสายตาตำหนิแกมถากถางของหมอลู่ ทำให้ในที่สุดเขาก็ไม่กล้าพูดโพล่งออกมา หากครั้งนี้ไป๋จื่อและจ้าวหลานเสียชีวิตไปเพราะพวกเขาสกุลไป๋ไม่ยอมตัดใจรับยา ท่านแม่และสะใภ้ใหญ่ล้วนต้องเข้าคุก แล้วหลังจากนั้นสกุลไป๋จะอยู่ได้อย่างไร?
เจ้ารองปิดปาก ไม่พูดอะไรอีก เพียงแค่กลับหลังหันเข้าเรือนไป
หมอลู่ส่ายหน้า แล้วถือล่วมยามุ่งหน้าไปยังบ้านของหูจ่างหลิน
…
ในที่สุดสกุลไป๋ก็ตั้งโต๊ะ ครั้นหญิงชราเห็นถ้วยใส่โจ๊กก็พลันขมวดคิ้ว นี่คือโจ๊กหรือ? น้ำแกงข้าวชัดๆ
นางมองหลิวซื่อตาขวาง เมื่อก่อนตอนสะใภ้ใหญ่ผู้นี้ต้มโจ๊กให้นาง ล้วนพยายามต้มจนข้นเหนียวสักหน่อย ดังนั้นเวลาหลิวซื่อเข้าข้างบุตรสาวของตนเองบนโต๊ะอาหาร ผู้อาวุโสอย่างนางจึงทำเป็นมองไม่เห็น
หลิวซื่อไม่กล้าตอบโต้สายตาไม่พอใจของหญิงชรา คิดเสียว่าไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น ไม่รู้สึกถึงความไม่พอใจอะไรทั้งนั้น
จางซื่อยกชามจากหลังครัวมาถึงโถงหน้า วางถ้วนลงบนโต๊ะอย่างหนักเสียงดัง ‘ปัง’ “สะใภ้ใหญ่ เจ้าต้มโจ๊กหรือ