วกเจ้าไม่เห็น นางถือกระบองไม้ไล่ตีข้ากับสะใภ้ใหญ่ของเจ้า พวกข้าสมควรโดนแล้วหรืออย่างไร?”เจ้ารองถอนหายใจอีกเสียงหนึ่ง แล้วกล่าวกับผู้เป็นมารดาว่า “ท่านแม่ ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น บัดนี้นางถูกตีจนบาดเจ็บแล้ว ที่นาเหล่านั้นของพวกเราต้องมีคนจัดการ จ้าวหลานลงมือทำไม่ได้ เช่นนั้นใครจะทำงานเหล่านั้นเล่า”“ใครจะทำ? บุรุษอย่างพวกเจ้าสองคนใช้ไม่ได้เรื่องเลยหรืออย่างไร? พวกเจ้าย่อมต้องเป็นคนทำงานเหล่านั้นอยู่แล้ว สกุลอื่นอยากได้ที่นามากมายของสกุลเรายังไม่มีปัญญา หรือว่าพวกเจ้าไม่พอใจ?”สะใภ้รองจางซื่อพูดแทรกว่า “ท่านแม่ อย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องงานในทุ่งนาเลยเจ้าค่ะ ผู้ใดจะทำอาหารเย็นวันนี้หรือเจ้าคะ”แม่สามีมองตาขวางใส่นาง ก่อนจะกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ “แล้วเจ้าว่าใครจะทำล่ะ? หรือยายแก่อย่างข้าต้องทำให้พวกเจ้ากินหรือ?”จางซื่อหัวเราะแห้งๆ สองเสียง “ท่านแม่ ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้นเจ้าค่ะ วันนี้กะเทาะต้นกล้าทั้งวัน มือของข้าถลอกไปหมดแล้ว ข้าคงจะทำไม่ไหว ให้สะใภ้ใหญ่กับจูเอ๋อร์ทำเถิดเจ้าค่ะ”ครั้นหลิวซื่อได้ยินคำพูดนี้ นางก็ไม่ยอมในทันที ทั้งยังเท้าเอวพูดอีก “เจ้าบอกว่ากะเทาะต้นกล้าทั้งวันอย่างนั้นหรือ? ข้าเห็นว่าต้นกล้าที่เจ้ากะเทาะออกมาก็ไม่เยอะเท่าไร ทั้งวันเจ้าทำงานเล็กน้อยแค่นี้ จะมือถลอกไปได้อย่างไร? เจ้าเห็นตนเองเป็นสตรีสูงศักดิ์ในเมืองอย่างนั้นรึ?”ปกติจางซื่อและหลิวซื่อก็ไม่ลงรอยกันอยู่แล้