าวหลานจนมีสภาพเช่นนั้น แล้วใครจะไปทำงานในทุ่งนาพรุ่งนี้เล่า?” เขาจ้องหลิวซื่อเขม็ง “เจ้าจะไปทำรึ?”หลิวซื่อรีบโบกมือ “ข้าทำไม่ได้หรอก แต่ไหนแต่ไรข้าไม่เคยทำงานในทุ่งนา ข้าทำไม่เป็นหรอก”เจ้าใหญ่ทอดสายตามองจางซื่อ อีกฝ่ายช้อนสายตามองเขา ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงสบายๆ “คนเก่งเช่นสะใภ้ใหญ่ทำไม่ได้ ข้ายิ่งทำไม่ได้”จางซื่อมองครอบครัวนี้ด้วยสายตาเย็นเยียบ ในใจอดยิ้มเยาะไม่ได้ นางอาศัยอยู่ในตระกูลนี้มาสิบกว่าปี เหตุใดจะไม่รู้ว่าบุตรชายคนโตและบุตรชายคนรองของสกุลไป๋มีนิสัยอย่างไร พวกเขาไปที่ดินก็แค่ไปเดินเล่นเสียรอบหนึ่ง เลือกทำงานที่สะอาดและสบาย แถมผู้ชายสี่คน ตัวเล็กและใหญ่ลงงานพร้อมกัน ทว่าผ่านไปทั้งวันกลับทำงานใดไม่เสร็จแม้สักนิด ยังต้องรอจ้าวหลานทำงานในทุ่งนาเสร็จแล้ว ค่อยไปช่วยเก็บกวาดที่ดินต่อจ้าวหลานคนเดียวรับผิดชอบที่นาขนาดห้าหมู่ เจ้าใหญ่และเจ้ารองพาบุตรชายสองคนลงต้นกล้าเพียงครึ่งหมู่ ทว่าทำอยู่ทั้งวันก็ยังไม่เสร็จสายตาของจางซื่อกวาดมองเสื้อผ้าสะอาดสะอ้านของบุรุษทั้งสองคน ในใจกล่าวว่าพวกเขากลับมาจากที่ดินเสียที่ไหนกัน เหมือนไปเที่ยวชมสถานที่สวยงามเสียมากกว่าเจ้ารองถอนใจกล่าวว่า “ท่านแม่ ครั้งนี้ท่านทำเรื่องวุ่นวายแล้วจริงๆ”หญิงชรามองตาขวาง “วุ่นวายอย่างไร? นางเด็กเจ้าเล่ห์ไป๋จื่อกินอยู่ในบ้านสกุลไป๋ของพวกเรามานานสิบสองปี ข้าไม่มีแม้กระทั่งสิทธิ์จะสั่งสอนนางเลยหรือ? นางเด็กน่าตายนั่น พ