งคู่ ไปที่ใดล้วนเป็นภาระ อยู่ต่อก่อนก็ดีเหมือนกันเจ้าค่ะ”
หูจ่างหลินและหัวหน้าหมู่บ้านต่างรู้ความกังวลของนาง และต่างก็เข้าใจทางเลือกของนางเช่นกัน ถึงอย่างไรชื่อเสียงของสตรีก็ยิ่งใหญ่เหนือทุกสิ่ง เกี่ยวพันถึงความสุขตลอดชีวิต ไม่อาจทำทีเล่นทีจริงได้แม้สักนิด
ทั้งสองคนกำลังจะบอกลา แต่กลับได้ยินเสียงฟ้าร้องดังลั่นจากบนท้องฟ้า ตามมาด้วยเสียงลมกรรโชกอย่างบ้าคลั่ง พัดเอาเศษดินเศษทรายในลานบ้านขึ้นมา ทำให้คนต้องหรี่ตาลงเลยทีเดียว
หลายคนยังไม่ทันได้มีปฏิกิริยาอะไร เพียงได้ยินเสียงโครมครามและเปราะหักดังขึ้น ตอนที่พวกเขาหันหน้าไปมอง เรือนผุพังที่ยากจะอาศัยอยู่ได้ก็พังทลายจนสิ้นแล้ว
เรือนผุพังนี้ไม่ได้ถูกลมคลั่งโหมพัดเป็นครั้งแรก ทุกครั้งในอดีตล้วนเป็นจ้าวหลานพาจื่อเอ๋อร์ไปหลบฝนหรือนอนหลับสักคืนในห้องโถงของเรือนใหญ่ ครั้นฝนหยุดแล้ว ก็ค่อยซ่อมเรือนผุพังของตนเองเพื่ออาศัยอยู่ต่อ ทว่าวันนี้นางมือหักแล้ว จะยังซ่อมเรือนได้อย่างไร
ไม่ต้องพูดถึงเจ้าใหญ่และเจ้ารองที่ยังไม่กลับมา ถึงจะกลับมาแล้ว เกรงว่าคงไม่มีผู้ใดยอมช่วยนางเช่นกัน
เห็นสถานการณ์เช่นนี้แล้ว หูจ่างหลินก็รีบกล่าวว่า “จ้าวหลาน เกรงว่าเรือนนี้ของเจ้าคงจะซ่อมไม่ได้ในทันที เอาอย่างนี้ ด้านหลังบ้านของพวกข้ามีเรือนเหลืออยู่หลังหนึ่ง แม้จะไม่เรียบร้อยมาก แต่ก็นับว่าอยู่อาศัยได้ อยู่ด้านนอกบ้านของข้าเช่นนี้ คงไม่ทำให้เกิดคำพูดเสียหายอะไร เจ้าไปอยู