ญแล้ว ข้าอยู่พอดี ตอนนี้ข้าจะตรวจดูพวกนางสองแม่ลูกสักหน่อย”
เขาตรวจดูบาดแผลของจ้าวซื่อรอบหนึ่ง คิ้วที่เดิมทีขมวดมุ่นคลายลงบ้าง
ทว่าเมื่อเขาเงยหน้ามองหญิงชราสกุลไป๋ สีหน้าของเขาก็กลับย่ำแย่อย่างยิ่ง “แม่เฒ่า ข้าว่าท่านลงมือหนักเกินไปแล้ว คนผู้นี้เหลือลมหายใจสุดท้ายเท่านั้น หากคิดจะรักษาชีวิตนาง ต้องดื่มน้ำแกงโสม ข้าจะฝังเข็มให้นางด้วย อาจจะช่วยนางกลับมาได้”
ไป๋จื่อมองหมอลู่ที่ทำหน้าจริงจังพลางพูดมั่ว นางอยากหัวเราะ ทว่าก็ไม่กล้า อดทนไว้ทรมานยิ่งนัก
หญิงชราเป็นนางร้ายในหมู่บ้านมาโดยตลอด หมอลู่ผู้นี้ถูกนางรังแกก็ไม่น้อย ครั้งนี้มีโอกาสดีเช่นนี้ ไหนเลยจะปล่อยนางรอดไปได้
นางมองท่านหมอลู่ด้วยความสงสัย พร้อมทั้งกล่าวว่า “ไม่กระมัง ลูกสะใภ้ของข้าเอง ข้าจะไม่รู้ได้อย่างไร นางผิวด้านหนังหนา เพียงแค่ตีไม่กี่ไม้ จะเหลือเพียงลมหายใจสุดท้ายได้อย่างไร เจ้าตั้งใจทำให้ข้ากลัวกระมัง”
ครั้นไป๋จื่อได้ยินคำพูดนี้ ไฟโทสะในใจนางก็พลันปะทุขึ้น
ไป๋จื่อที่ตายไปแล้วและจ้าวซื่ออาศัยอยู่ในตระกูลนี้ แต่ไหนแต่ไรไม่เคยมีชีวิตที่ดีเลยสักวัน ต้องตรากตรำทำงานไม่พูดจาทั้งวัน ส่วนคนในบ้านไม่ว่าจะเป็นใคร ขอเพียงแค่อารมณ์ไม่ดี ก็ล้วนระบายความโกรธใส่พวกนางทั้งสิ้น ทั้งตบตีและด่าทอ ในสายตาของแม่สามีก็เป็นแค่เรื่องที่ทำทุกวัน ย่อมไม่รู้สึกรู้สาอะไร
เด็กสาวระงับอารมณ์โกรธที่ก่อตัวอยู่ในอก ขณะนี้มีคนอยู่มากมาย อีกทั้งตัวนางก