าดสาย
หลิวซื่อ สะใภ้ใหญ่ของสกุลไป๋เดินออกมาจากในเรือน นางเห็นว่าสะใภ้สามกลับมาแล้ว ก็เลิกคิ้วขึ้นทันที บนใบหน้าอำมหิตมีแต่ความไม่พอใจ “เหตุใดเจ้าถึงกลับมา ทำงานในทุ่งนาเสร็จแล้วหรือ หากยังทำงานไม่เสร็จ เย็นนี้เจ้าก็อย่าได้คิดจะกินข้าวเลย”
จ้าวซื่อดวงตาแดงก่ำทั้งสองข้าง ทั่วใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวสุดขีด นางหันไปตะคอกใส่หลิวซื่อ “ใครตีลูกสาวข้าจนเป็นเช่นนี้ ใครกัน”
สะใภ้ใหญ่ตะลึง จ้าวซื่อเป็นคนซื่อๆ มาแต่ไหนแต่ไร ปล่อยให้ผู้อื่นรังแกจนเคยชิน ไม่ว่าจะด่าว่าหรือสั่งให้ไปทำงานอย่างไร นางล้วนไม่เคยบ่นแม้แต่คำเดียว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการตะคอกเสียงดังใส่เช่นตอนนี้เลย
“ตะคอกอะไรของเจ้า เป็นข้ากับท่านแม่ที่ตีนางเอง แล้วอย่างไร ใครใช้ให้นางไม่เชื่อฟังเล่า กินข้าวสกุลไป๋ ใช้ของสกุลไป๋ สกุลเราสิ้นเปลืองอาหารเลี้ยงดูนางจนเติบใหญ่ตั้งเท่าไร นางต่างหากที่โตขึ้นมากลับปีกกล้าขาแข็ง แม้แต่คำพูดของท่านย่าและท่านป้าใหญ่ตนเองยังกล้าจะไม่เชื่อฟัง ก็สมควรแล้ว”
สีหน้าสมน้ำหน้าของหลิวซื่อ ทำเอาจ้าวซื่อต้องตะกายลุกขึ้นจากพื้น ก่อนจะพุ่งเข้าไปตบหน้าอีกฝ่ายอย่างแรง “ข้าทำงานต่างวัวต่างม้าทั้งวัน หรือว่าแม้แต่ข้าวสักคำก็แลกมาให้ลูกสาวข้าไม่ได้ ครอบครัวเจ้ามีกันสี่คน แล้วทำงานได้จริงๆ กี่คนกัน ข้าเคยรังเกียจที่พวกเจ้ามากปากหรือ”
“นางเพิ่งอายุสิบสอง นางเพิ่งอายุได้สิบสองเท่านั้น!”
หลิวซื่อถูกตบหน้าจนมึนงง ต