องสามครั้งแล้ว นางก็ล้มลงไปกองอยู่ที่พื้นทันที เป็นลมสลบไป
ลุงหูที่ยืนอยู่นอกประตูลานบ้านเห็นดังนั้น ก็กล่าวด้วยความตกใจ “ยายแก่น่าตายผู้นี้ ตีหลานสาวจนตายแล้ว แม้แต่สะใภ้ก็จะไม่ปล่อยไป เร็ว รีบไปเรียกหัวหน้าหมู่บ้านมา”
เขาดันคนที่อยู่ด้านข้างครั้งหนึ่ง ส่วนตนเองพุ่งเข้าไปในลานบ้าน ตะคอกใส่สตรีสูงอายุว่า “ยายแก่ผู้นี้ เหตุใดเจ้าถึงใจร้ายนัก เจ้าจะตีจ้าวหลานให้ตายไปเลยหรืออย่างไร”
ฝ่ายแม่สามีก็คิดไม่ถึงว่าเพิ่งจะตีไปสองสามไม้ ลูกสะใภ้จะสลบไปเช่นนี้ ปกตินางก็ถูกตีไม่ใช่น้อยๆ ผิวหยาบหนังหนา เหตุใดตีแค่นี้ก็สลบไปเลยเล่า
หลิวซื่อที่อยู่ข้างๆ เห็นเหตุการณ์ก็ไม่ร้องไห้แล้ว นางรีบเข้ามาใกล้ พลางกล่าวด้วยสีหน้าเป็นกังวล “ท่านแม่ หากท่านตีจ้าวหลานจนตาย ต่อไปใครจะทำนาเล่า”
บัดนี้จู่ๆ เด็กสาวที่นอนอยู่บนเสื่อกกก็ลืมตาขึ้นมา ความจริงนางตื่นตั้งนานแล้ว เพียงแต่ในสมองสับสนวุ่นวายนัก ไม่อาจรับเรื่องจริงที่ว่าตนเองซึ่งเป็นแพทย์หญิงชื่อดังจากศตวรรษที่ยี่สิบสาม กลับกลายเป็นเด็กคนหนึ่งในยุคโบราณได้
นางลุกขึ้นนั่ง บาดแผลและความเจ็บปวดทั่วร่างทำให้นางต้องย่นคิ้ว สตรีสองคนนี้โหดร้ายจริงๆ คาดไม่ถึงเลยว่าจะตีเด็กสาวอายุสิบสองปีตายทั้งเป็นได้
“ศพฟื้น ศพฟื้น…” ชาวบ้านที่มุงดูด้านนอกพลันร้องขึ้นมา
แม่สามีและหลิวซื่อก็มองเห็นไป๋จื่อ ที่เดิมทีตายไปแล้วลุกขึ้นนั่งเช่นกัน ทั้งคู่ตกใจจนคุกเข่ากับพื้น
ฝ่ายแม่สามีดั