ากนั้นก็เทเหล้าขาวลงบนตัวเพื่อฆ่าเชื้อ
ความเจ็บปวดแล่นแปลบขึ้นมาในทันที แต่หลังจากนั้นก็รู้สึกเย็นสบายขึ้นมาก แม้ว่าตุ่มบวมแดงยังไม่หายไปก็ตาม
เหลียงโหย่วชีดูเหมือนจะรู้สึกผิดอยู่ไม่น้อย เขาถามเราว่ายังต้องการอะไรอีกไหม ผมจึงบอกให้เขาถอยออกไปก่อน ถ้ามีอะไรจะเรียกเอง
เขามองไปยังหลุมศพของภรรยาตัวเอง ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะเดินจากไปอีกครั้ง
หลังจากพักกันสักครู่ พวกเราก็เริ่มขุดหลุมศพอาฆาตแห่งที่สามต่อ
ใช้เวลากว่าสองชั่วโมง ในที่สุด เมื่อถึงบ่ายสอง พวกเราก็จัดการขุดหลุมศพทั้งสามเสร็จสิ้น
ตอนนี้ ตรงหน้าพวกเรามีโกศอัฐิสี่ใบวางเรียงกัน สีแดงหนึ่งใบ สีดำสามใบ
“จะเปิดตอนนี้เลยไหม” พานหลิงเอ่ยถาม
“ลองเปิดดูสักหน่อยแล้วกัน” ผมพยักหน้าพลางตอบ ก่อนจะค่อยๆ ยื่นมือไปจับโกศอัฐิอย่างระมัดระวัง
ตราบใดที่เถ้ากระดูกได้รับแสงแดด พลังอาฆาตของวิญญาณอาฆาตจะถูกลดทอนลง
ตอนกลางคืน จะจัดการพวกมันได้ง่ายขึ้น แต่ปัญหาคือ การจะเปิดโกศอัฐิพวกนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย โดยเฉพาะโกศอัฐิที่มีวิญญาณอาฆาตสิงอยู่ ไม่ต้องพูดถึงการเปิด แม้แต่ผมกับเม่าจิ้งใช้หินทุบก็ยังไม่สามารถทำให้ฝาโกศแตกได้
โกศทั้งสี่ใบแข็งเหมือนเหล็ก ไม่ว่า