ระมัดระวังเป็นพิเศษ
แต่ยังไม่ทันที่พวกเราจะเข้าใกล้หลุมศพ ลมเย็นยะเยือกก็พัดขึ้นมา
ยิ่งเข้าใกล้หลุมมากเท่าไร ลมก็ยิ่งแรงขึ้น และอากาศก็ยิ่งหนาวเย็น ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านไปทั่วราวกับมีเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่เปิดอยู่ที่นี่
พูดก็พูดเถอะ อากาศร้อนๆ แบบนี้ ความเย็นเช่นนี้ทำให้รู้สึกสบายไม่ใช่น้อย ถ้าหากจับวิญญาณอาฆาตสักตัวมาไว้ในบ้านคงไม่ต้องเปิดแอร์อีกแล้ว…
ธูปสามดอกที่ปักอยู่หน้าหลุมศพเผาไหม้จนเหลือเป็นสองดอกสั้น หนึ่งดอกยาว แต่พวกเราไม่สนใจ แค่หยิบยันต์ขึ้นมา แล้วติดลงไปบนเนินดินทันที
พวกเราต้องสะกดพลังอาฆาตของหลุมศพไว้ก่อน จากนั้นก็หยิบปูนขาวและชาดขึ้นมา แล้วโปรยลงไปบนเนินดิน
“ซ่าๆๆ” ปูนขาวและชาดร่วงลงบนหลุมศพ
พอขี้เถ้าร่วงกระทบพื้นก็เกิดเสียง ‘แคร่ก’ ธูปที่ปักอยู่หน้าหลุมแตกหักทันที และป้ายหลุมศพก็แตกร้าว
พวกเราสามคนเดินวนรอบหลุมศพ โปรยขี้เถ้าลงไปอย่างต่อเนื่อง
รอยร้าวเริ่มแผ่ขยายไปทั่วเนินดิน
“แคร่กกก” รอยเหล่านี้ดูคล้ายกับใยแมงมุม และขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ
กลุ่มพลังอาฆาตสีดำค่อยๆ ไหลออกมาจากรอยแยก ผมสังเกตเห็นว่าภายในรอยแยกเหล่านั้นมีตั๊กแตนสีเทาไต่ออกมา มันมีขนาดเท่านิ้วก้อย ตัวสี