ต่างเพื่อมองเหลียงโหย่วชี
ด้วยเหตุนี้เราจึงสามารถถ่วงเวลาวิญญาณทั้งสามตนเป็นเวลากว่าหนึ่งชั่วโมง
พวกเธอทั้งสามเดินกลับมาพร้อมกัน แล้วแนบใบหน้าลงกับกระจกหน้าต่างอีกครั้ง
“ที่รัก ฉันเริ่มหิวแล้ว!”
“โหย่วชี ฉันก็หิวเหมือนกัน!”
“พี่เหลียง ฉันอยากกินอะไรสักหน่อย…”
เหลียงโหย่วชีที่ถือธูปที่เหลืออยู่ แม้จะตกใจแต่ยังมีสติ เมื่อได้ยินเสียงบ่นหิวจากวิญญาณภรรยาทั้งสาม เขาจึงรีบเอ่ยขึ้น “ต้าหรง เสี่ยวฟาง ฮวาฮวา รีบกินอะไรหน่อยเถอะ! ในลานบ้านมีของที่พวกเธอชอบกินทั้งนั้น!”
เมื่อวิญญาณหญิงทั้งสามได้ยินเช่นนั้น พวกเธอก็หมุนตัวอย่างเชื่องช้า จากนั้นก็เดินแผ่วเบาไปยังโต๊ะอาหารที่ตั้งอยู่กลางลานบ้าน
เรารู้สึกได้ว่าความเย็นยะเยือกเริ่มจางลง ม่านหน้าต่างที่ไหวไปมาก่อนหน้านี้ก็ค่อยๆ หยุดนิ่ง พวกเรามั่นใจว่าวิญญาณหญิงทั้งสามตนนั้นเดินไปที่โต๊ะแล้ว
ในที่สุดพวกเราก็ถอนหายใจออกมา พร้อมกับออกจากมุมที่ซ่อนตัวอยู่
เหลียงโหย่วชีเองก็ถอนหายใจโล่งอก ก่อนจะทรุดตัวลงบนโซฟาด้วยความเหนื่อยล้า
“ฟู่วว…” เขาหายใจหอบหนัก เหมือนเพิ่งไถนาไปหนึ่งไร่
พวกเรายืนอยู่ริมหน้าต่าง แอบชำเลืองมองออกไปข้างนอก พบว่าวิญญาณหญิงทั้งสามตนนั่งอยู่ที่โ