ต๊ะในลานบ้านอย่างเรียบร้อย พวกเธอจับตะเกียบขึ้นมาแล้วคีบอาหารเข้าปาก
เมื่อเห็นแบบนั้น ผมรีบหดศีรษะกลับมา
เหลียงโหย่วชีที่นั่งอยู่บนโซฟาเอ่ยถามขึ้นว่า “ต่อไป… ต่อไปผมต้องทำอะไร” ขณะพูด เขายังคงหอบหายใจอยู่
ผมตอบเขา “รอให้ภรรยาทั้งสามของคุณกินอาหารเสร็จก่อน พวกเธอจะกลับมาเคาะประตูอีกครั้ง ตอนนั้นอย่าเพิ่งพูดอะไร ถ้าทนไม่ไหวจริงๆ ค่อยลองเจรจากับพวกเธอ ดูว่าจะสามารถส่งพวกเธอไปได้หรือไม่”
“งั้น…งั้นผมต้องพูดว่าอะไร” เหลียงโหย่วชีถามต่อ
พานหลิงรีบตอบขึ้นมาแทน “ก็บอกพวกเธอไปว่า…คนกับผีเดินคนละเส้นทาง ระหว่างความเป็นและความตายย่อมมีเส้นแบ่ง บุพเพในชาตินี้ของพวกคุณจบลงแล้ว
“อย่างแรกเลย ต้องทำให้พวกเธอเข้าใจว่าตัวเองตายไปแล้ว จากนั้นคอยสังเกตปฏิกิริยาของพวกเธอ ถ้าพวกเธอยอมรับความจริงได้อย่างสงบและไม่แสดงท่าทีคลุ้มคลั่งก็ยังมีโอกาสส่งพวกเธอไปได้ แต่ถ้าพวกเธอโกรธเกรี้ยวและสูญเสียสติจนไม่สามารถเจรจาได้ ก็ไม่ต้องพูดถึงเรื่องส่งพวกเธอไปอีก”
เหลียงโหย่วชีฟังจบก็พยักหน้า “เข้าใจแล้ว ยังไงพวกเธอก็เคยเป็นภรรยาผม ผมเองก็ไม่อยากเห็นวิญญาณของพวกเธอต้องแตกสลาย”