ย่างแน่วแน่
แสงไฟจากโคมไฟในห้องทำให้ใบหน้าซีดเผือดของพวกเธอดูเด่นชัดขึ้น ม่านหน้าต่างที่สั่นไหวยิ่งเพิ่มความน่าสะพรึงกลัวให้กับภาพที่อยู่ตรงหน้า
เหลียงโหย่วชีตกใจจนร้อง “อ๊าก!” ออกมาสุดเสียง
เขาล้มลงไปนั่งกับพื้น ธูปที่อยู่ในมือร่วงกระจาย ร่างกายสั่นเทา เขารีบหันมองพวกเราสามคนที่หลบอยู่มุมห้อง
พวกเราไม่พูดอะไร เพียงแค่ทำสัญญาณมือให้เขาเงียบเสียง
แต่ยังไม่ทันที่เหลียงโหย่วชีจะตอบสนอง เสียงแหบพร่าของหญิงสาวสามคนก็ดังขึ้นจากนอกหน้าต่าง
“ที่รัก…เปิดประตูให้ฉันที…”
“โหย่วชี ฉันอยากกลับบ้าน...”
“พี่เหลียง ทำไมคุณถึงปิดประตู”
เสียงทั้งสามดังขึ้นพร้อมกัน น้ำเสียงเย็นเยียบปราศจากอารมณ์ใดๆ ฟังแล้วทำให้รู้สึกไม่สบายใจราวกับมีมีดกรีดลงกลางใจ
นี่ไม่ใช่คืนแรกที่เหลียงโหย่วชีเจอเรื่องแบบนี้ เขาจึงไม่ได้สติแตก แต่ร่างกายกลับสั่นสะท้านอย่างรุนแรงด้วยความตึงเครียด ดวงตาสั่นระริกมองมาทางพวกเราที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมห้องราวกับไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรต่อไป
ผมรีบยื่นมือชี้ไปที่ธูปข้างตัว ส่งสัญญาณให้เขาจุดธูปใหม่อีกครั้ง จากนั้นก็ใช้มือออกท่าทางให้เขาบอกสามภรรยาของเขาให้ไปกินข้าว
ขั้นตอนนี้ เราเคยพูดกันมาก่อนแล้ว แต่