ต้องกำจัดเช่นกัน
ผมหามุมลับตาแล้วจุดไฟเผายันต์ พลางเรียกชื่อของหลงเจี๋ย ทันใดนั้นเอง ผมรู้สึกได้ถึงสายลมเย็นยะเยือกพัดเข้ามาใกล้
พานหลิงสามารถมองเห็นได้ ผมจึงไม่จำเป็นต้องเปิดตาทิพย์
“เขามาแล้ว!”
ผมพยักหน้า แล้วพูดกับหลงเจี๋ยที่ผมมองไม่เห็น
“พี่หลง ไปกับพวกเราเถอะ เราจะพาพี่ออกจากโรงพยาบาลก่อน”
ผมรู้สึกได้ถึงกระแสลมเย็นยะเยือกพัดผ่าน
พานหลิงพูดขึ้น “เขาบอกว่าตกลง!”
จากนั้น ผมหยิบใบรับรองออกจากโรงพยาบาล แล้วเดินออกจากอาคารผู้ป่วย
ตอนนี้เป็นเวลากลางวัน ด้านนอกมีแสงแดดจ้า ดังนั้นผมจึงหยิบร่มปรภพที่ผ่านการพรางพลังออกมาให้หลงเจี๋ยเดินอยู่ใต้ร่ม
ตั้งแต่ตอนที่ผมอยู่โรงพยาบาล อาจารย์เคยบอกไว้ว่า การพกร่มปรภพคันนี้ติดตัวอาจทำให้คนในวงการสังเกตเห็นได้ง่าย
แต่เพราะเป็นคำฝากฝังของเสี่ยวอวี่ ผมจึงไม่มีทางเลือก นอกจากต้องพกติดตัวตลอดเวลา
ดังนั้น ระหว่างที่พักรักษาตัวอยู่ ผมจึงทำตามคำแนะนำของอาจารย์ และใช้วิธีการพรางยันต์บนร่มปรภพ
อาจารย์วาดยันต์ลงบนกระดาษดำ แล้วพันรอบโครงร่ม ทำให้สามารถปิดบังพลังและกลิ่นอายของร่มได้โดยไม่ส่งผลต่อรูปลักษณ์ภายนอก
แม้แต่พานหลิงที่มีดวงตาหยินหยางยังแยกแยะพลังของร่ม