งค่าจ้างในการช่วยจัดการเรื่องนี้
แต่ผมไม่รู้ เพราะอาจารย์ไม่ได้บอก ผมจึงบอกให้รออาจารย์ฟื้นก่อน แล้วค่อยพูดเรื่องนี้อีกที
พูดจบ ผมหมดแรงจะสนใจอะไรอีก เอนตัวหลับไปทันที
เมื่อผมลืมตาอีกครั้ง เราก็มาถึงโรงพยาบาลแล้ว จั่วต้าเหนียนและพรรคพวกช่วยพาผมกับอาจารย์เข้าไป แล้วรีบจัดการดำเนินเรื่องให้
อาจารย์ยังคงหมดสติจึงได้รับการตรวจรักษาก่อน ส่วนผมถูกส่งไปแผนกศัลยกรรม ให้แพทย์เวรทำความสะอาดบาดแผลและเย็บแผล เพราะร่างกายของผมเต็มไปด้วยรอยกัดและรอยข่วนหลายจุด โดยเฉพาะที่หัวไหล่ มีบาดแผลฉีกขาดขนาดใหญ่ ต้องเย็บอย่างน้อยสิบสองถึงสิบห้าเข็ม
หมอสองคนเดินเข้ามาในห้องผ่าตัดเพื่อเตรียมทำการเย็บแผลและทำความสะอาดบาดแผลของผม
แต่สิ่งที่ทำให้ผมประหลาดใจคือ หนึ่งในหมอที่เพิ่งเข้ามาเรียกชื่อผมออกมา “เจียงหนิง!”
เสียงนี้คุ้นเคยจนผมต้องเงยหน้าขึ้นมอง
ถึงแม้เธอจะสวมหน้ากากอนามัย แต่ผมจำได้ทันทีว่าเธอคือใคร
หลี่เสี่ยวหมิ่น เพื่อนร่วมชั้นที่เคยเสียวิญญาณเมื่อครั้งก่อน
“หลี่เสี่ยวหมิ่น”
“ใช่ ฉันเอง นายบาดเจ็บหนักขนาดนี้ได้ยังไง” เธอถามด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้
หมอหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆ หันไปมองเธอแล้วถาม “เสี่ย