ัว
ยันต์สะกดวิญญาณที่พกติดตัวถูกน้ำซัดเปียกจนหมด ไม่สามารถใช้งานได้สักแผ่นเดียว
โชคดีที่สัญลักษณ์สายฟ้าที่ฝ่ามือยังคงอยู่ ในยามคับขันยังพอช่วยชีวิตได้
ผมยืนอยู่บนเรือที่โคลงเคลงไปมา ต้องเผชิญหน้ากับฝูงผีที่กู่ร้องคำรามเพียงลำพัง
พร้อมกันนั้นเอง เงาร่างที่ว่ายไปมาในผืนน้ำรอบด้านปรากฏขึ้นอีกครั้ง รวมทั้งปลายักษ์ที่โผล่หางตีน้ำกระแทกผิวน้ำ
นั่นไม่ใช่ปลายักษ์จริงๆ หากแต่เป็นเหล่าวิญญาณเร่ร่อนในน้ำทั้งนั้น
เสียง “ตึงๆๆ” ที่ใต้ท้องเรือดังขึ้นอีกหน
วิกฤต…ยังไม่ได้ผ่านพ้นไปเลยแม้แต่น้อย
“จะมาก็มา อย่ามัวเล่นลูกไม้ไร้สาระแบบนี้!” ผมตะโกนออกไป
พอพูดคำนั้นออกไป น้ำในทะเลสาบรอบตัวพลันมีหัวคนผุดขึ้นมาทีละหัว
หนึ่งหัว สองหัว สามหัว…
จนเมื่อหัวพวกนั้นเพิ่มขึ้นถึงสิบหัว ผมแข็งเกร็งไปทั้งร่างทันที
ทำไมถึงมีมากขนาดนี้
จากข้อมูลที่ได้รับมา ที่นี่ควรมีเพียงศพสิบสี่ร่าง วิญญาณสิบสี่ตนเท่านั้น
ส่งศพไปแล้วเก้าร่าง บนเรือยังเหลืออีกสาม
ในทะเลสาบนี้ อย่างมากก็เหลือเพียงศพลอยน้ำอีกสองร่าง กับวิญญาณอีกสี่ตนเท่านั้น
แต่ตอนนี้… ตอนนี้กลับมีผีพรายโผล่มามากมายขนาดนี้ได้อย่างไร
ผมเบิกตากว้าง อดสงสัยไม่ได้ว่า