เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้ทุกคนตกตะลึง
โดยเฉพาะผมที่เห็นอาจารย์ถูกดึงลงน้ำต่อหน้าต่อตา ความตื่นตระหนกทำให้ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ
“อาจารย์!”
ผมตะโกนสุดเสียง ก่อนจะวิ่งตรงไปยังจุดที่อาจารย์ตกน้ำ
จั่วต้าเหนียน ซุนโหย่ว และหวังเหมิ่งต่างตื่นตระหนกและรีบวิ่งตามมาด้วย
“ตึกๆๆ”
เสียงฝีเท้าดังก้องไปทั่วท่าเรือ
แต่เมื่อเรามาถึงจุดที่อาจารย์ตกลงไป กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของเขา
สิ่งที่เหลืออยู่บนผิวน้ำมีเพียงฟองอากาศที่ยังคงผุดขึ้นเป็นระยะ ก่อนจะลอยหายไปในความมืด
ไม่มีวี่แววว่าอาจารย์อยู่ที่ไหน หรือถูกลากไปที่ใด
“แย่แล้ว! อาจารย์ซ่งถูกลากไปยังส่วนที่ลึกกว่านี้แน่ๆ”
“เราจะทำยังไงดี”
จั่วต้าเหนียนและซุนโหย่วตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ถอยหลังไปสองก้าว
หวังเหมิ่งขมวดคิ้วแน่น แต่ยังคงนิ่งเงียบ
“อาจารย์!”
ผมเบิกตากว้าง ตะโกนเรียกอาจารย์สุดเสียงอีกครั้ง
ความกังวลกำลังถาโถมเข้าใส่
แต่แล้วผมก็ตัดสินใจเปิดตาทิพย์
สิ่งที่ปรากฏต่อหน้าคือทะเลสาบที่ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควันบางๆ ของพลังอาฆาต ราวกับผืนน้ำทั้งผืนได้กลายเป็นทะเลสาบแห่งวิญญาณ
แม้แต่อาจารย์ที่มีพลังกล้าแกร่งยังถูกลากลงไปโดยไม่อาจขัดขืน
นั่นหมายความว่า…สิ่งที่อยู่ใต้น้ำต้องเป็นบางสิ่งที่ทรงพลังและอันตรายถึงขีดสุด
ผมไม่ได้มีพลังแข็งแกร่งถึงขั้นนั้น
สิ่งที่อาจารย์ยังรับมือไม่ได้ ผมย่อมไม่มีทางสู้ไหว
แต่ผมรู้ดีว่าความกตัญญูเป็นสิ่งสำคัญ
อาจารย์เคยช่