ม่สนใจ เธอหันกลับมาหาผมแล้วถามด้วยความเป็นห่วง “คุณ…คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม”
ผมมองเธอ วิญญาณหญิงสาวที่มีผมกระเซอะกระเซิงและใบหน้าเต็มไปด้วยรอยมีดกรีด
แต่ผมไม่ได้รู้สึกกลัวเลยสักนิด
ผมส่ายหัวเบาๆ “ฉันไม่เป็นไร ขอบคุณเธอมากนะ”
จูเจินเจินส่ายหัว “ฉันต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณ ตอนนี้ฉันรู้สึกดีขึ้นแล้ว…ฉันไม่ทรมานอีกต่อไป”
ผมยิ้มบางๆ กำลังจะพูดอะไรต่อ แต่แล้วตำรวจหญิงที่ไปโทรศัพท์ก็กลับมาเสียก่อน
เธอเดินเข้ามา มองไปรอบโถงทางเดินที่ว่างเปล่า ก่อนหันมาถามผมด้วยความสงสัย “คุณ…กำลังคุยกับใครอยู่”
ผมสบตาเธอ ก่อนตอบกลับไปตามตรง “วิญญาณผู้ตาย”
ทันทีที่ได้ยินเธอถึงกับกลอกตาใส่ผมอย่างไม่เชื่อสักนิด จากนั้นเธอพูดขึ้นว่า “มาทางนี้ ฉันต้องสอบปากคำคุณ”
พูดจบ เธอหยิบสมุดบันทึกและเครื่องบันทึกเสียงออกมา…
จูเจินเจินที่เมื่อครู่ยังยืนอยู่ข้างผม ตอนนี้เธอถอยห่างออกไปด้วยความหวาดกลัวพลังหยางของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ผมให้ความร่วมมือเต็มที่เมื่อเริ่มให้ปากคำ
“ชื่อ อายุ ภูมิลำเนา อาชีพ…”
นี่เป็นครั้งแรกที่ผมต้องทำเรื่องแบบนี้ มันให้ความรู้สึกเหมือนถูกตรวจสอบทะเบียนราษฎร์อย่างไรอย่างนั้น
ผมตอบทุกคำถามตามจริง พร้อมยื่นบัตรประชาชนให้ตรวจสอบ
ประวัติของผมสะอาดหมดจด ไม่มีอะไรต้องปิดบัง
จากนั้นตำรวจวัยกลางคนก็มาถามผมเพิ่มเติมอีกสองสามข้อ
ไม่นานนัก การให้ปากคำก็เสร็จสิ้น
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ทีมสืบสวนก็มาถึงที่เกิดเหตุ และเ