ริ่มปิดล้อมพื้นที่ทันทีเพื่อทำการตรวจสอบ
ตอนนี้ผมมายืนอยู่ที่หน้าโรงแรม
แขกหลายคนที่เพิ่งรู้ว่าเกิดคดีฆาตกรรมต่างพากันรีบเช็กเอาต์อย่างโกลาหล
ส่วนเจ้าของโรงแรมกำลังนั่งยองๆ อยู่มุมหนึ่ง มือสั่นเทาขณะคีบบุหรี่ขึ้นสูบ
เขาไม่กล้าแม้แต่จะกลับเข้าไปในโรงแรมของตัวเอง
ทุกครั้งที่สายตาเขาสบกับผม แววหวาดกลัวจะฉายชัดบนใบหน้า
ส่วนจูเจินเจิน เธอยืนอยู่ข้างๆ ผม
ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความหวัง ขณะเฝ้ารอการมาถึงของพ่อแม่
เนื่องจากผมเป็นผู้แจ้งเหตุและเป็นพยานคนสำคัญ ตำรวจจึงแจ้งให้ผมทราบว่าต้องไปให้ปากคำเพิ่มเติมที่สถานีอีกครั้ง
เห็นว่าไม่มีอะไรต้องทำตอนนี้ ผมจึงหันไปถามจูเจินเจิน “คุณจู ฉันอยากถามอะไรหน่อย”
“เชิญถามค่ะ ผู้มีพระคุณ”
“เมื่อครู่ฉันเห็นว่ามีแผ่นกระดาษสีดำติดอยู่บนร่างของเธอ นั่นคืออะไร”
จูเจินเจินพยักหน้า ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเศร้าหมอง
“เป็นของที่แฟนเก่าติดไว้…หลังจากที่เขาห่อร่างฉันด้วยพลาสติกถนอมอาหาร เขาก็แปะกระดาษใบนั้นลงบนตัวฉัน เหมือนจะเป็นยันต์อะไรสักอย่าง”
หัวใจผมกระตุกวูบ
ไม่นึกเลยว่ากระดาษใบนั้นจะเป็นยันต์จริงๆ
“มันเป็นยันต์แบบไหน ส่งผลอะไรกับเธอหรือเปล่า”
ถ้าเป็นยันต์จริงๆ งั้นแฟนเก่าของเธออาจมีความเกี่ยวข้องกับวงการไสยเวทด้วย…
จูเจินเจินส่ายหน้า “ฉันไม่รู้จักมัน! แต่เหมือนมันจะฆ่าแมลงได้ แม้แต่แมลงสาบในห้องยังไม่กล้าแตะต้องร่างของฉัน แถมศพของฉันก็ไม่เน่าเปื่อยเลย”
ผมขมวดคิ้วด