กรูเข้ามากระเด็นออกไปทั้งหมด
เม่าจิ้งไม่รอช้า เขารีบหยิบม้วนคัมภีร์เก่าคร่ำคร่าจากกระเป๋าข้างเอว ก่อนจะคลี่มันออกแล้ววางลงกับพื้น
ผมยืนป้องกันเขา ฟาดแส้กระดูกงูออกไปปัดป้องทารกวิญญาณที่ยังคงแฝงตัวอยู่
เมื่อเม่าจิ้งเปิดคัมภีร์ได้สำเร็จ บนแผ่นกระดาษโบราณปรากฏอักษรเรืองแสงมากมาย แต่ที่เด่นชัดที่สุดคืออักษร “ค่ายกลสวรรค์”
เขานั่งคุกเข่า กำหนดมุทราด้วยสองมือ พลางร่ายคาถา
“ทอง ดิน น้ำ ไฟ…”
เสียงสวดคาถาดังก้องท่ามกลางความวุ่นวาย
หลังจากผ่านไปสิบกว่าวินาที เม่าจิ้งฟาดฝ่ามือลงบนคัมภีร์ แล้วเปล่งเสียงสุดท้าย
“ตื่น!”
คัมภีร์ที่วางราบกับพื้นพลันลอยขึ้นกลางอากาศ
ในตอนนั้นเอง เด็กปีศาจที่ยืนอยู่เบื้องหลังก็ส่งเสียงร้องต่ำๆ ราวกับรู้สึกถึงภัยคุกคาม
“อื๊อออ… อื๊อออ…”
ฝูงทารกวิญญาณรอบตัวเรายิ่งคลั่งหนักขึ้น พวกมันพุ่งเข้ามาราวกับคลื่นที่ไม่มีวันจบ
แรงกดดันเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว
เม่าจิ้งหันมาตะโกนบอกผม “เจียงหนิง! ใช้วิชาสายฟ้าโจมตีสัญลักษณ์หยินหยางบนคัมภีร์!”
ผมหันไปมอง ม้วนคัมภีร์ที่ลอยอยู่กลางอากาศกำลังปลดปล่อยพลังแปลกประหลาดออกมา อักษรยันต์สว่างวาบขึ้นทีละตัว ดูศักดิ์สิทธิ์และทรงพลัง
แต่ตอนนี้ผมไม่มีเวลามาคิดมาก
“โอเค! ขอเวลาสิบวินาที!”
พูดจบ ผมกัดปลายนิ้วชี้ข้างซ้ายจนเลือดซึมออกมา ก่อนจะใช้มันวาดสัญลักษณ์สายฟ้าลงกลางฝ่ามือขวาของตัวเองอย่างรวดเร็ว!