สวนแห่งนี้กว้างขวาง ใจกลางมีลานกว้างที่ผู้สูงวัยมักมารวมตัวกันเต้นแอโรบิก แต่ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยสิ่งกีดขวาง มีเครื่องหมายเตือนภัยติดอยู่ทั่ว
ทว่านี่ถือเป็นเรื่องดี เพราะอย่างน้อยก็ช่วยกันไม่ให้มีคนเดินผ่านเข้าไปโดยไม่รู้ตัว
เราเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ จนเห็นห้องน้ำสาธารณะ
มันตั้งอยู่ในป่าไผ่เล็กๆ ไม่มีแสงไฟ มีเพียงแสงจันทร์สลัวๆ ทำให้เห็นเพียงเงาโครงร่าง
ประตูของห้องน้ำถูกแผ่นไม้ปิดกั้นไว้แน่นหนา ล้อมรอบด้วยสิ่งกีดขวาง ไม่มีใครเข้าไปได้
เม่าจิ้งชี้ไปที่ห้องน้ำนั้นแล้วพูดว่า “เมื่อคืนฉันเฝ้ามันทั้งคืน เห็นแค่แวบเดียว มันมีพลังอาฆาตรุนแรงมาก ตัวประมาณเด็กสี่ถึงห้าขวบ ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ อีกไม่นานมันจะกลายเป็นเด็กปีศาจ แล้วจะยิ่งจัดการยากขึ้น”
เขาหันมามองผมก่อนพูดต่อ “ปัญหาตอนนี้คือ เราจะล่อมันออกมายังไง เพราะเราคงไม่คลานลงไปในส้วมหรอกนะ…”
ผมพยักหน้าเบาๆ ก่อนเสนอแผน
“แบบนี้ดีไหม เดี๋ยวฉันจะเอาขนมไปโปรยไว้หน้าห้องน้ำ เราซุ่มอยู่หลังหินก้อนนั้น ถ้ามันกล้าออกมากิน ฉันจะไปปิดทางหนีของมัน จากนั้นเราร่วมมือกันจับมันให้ได้”
ผมพยายามวางแผนตามสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่
เม่าจิ้งฟังแล้วเสริมรายละเอียดอีกหลายอย่าง
หลังจากวางแผนเสร็จ เราทั้งคู่ก็หยิบขวดน้ำตาวัวที่ช่วยเบิกเนตรขึ้นมา แล้วฉีดเข้าตาของตัวเอง
ความรู้สึกแสบและเย็นวาบที่คุ้นเคยกลับมาอีกครั้ง ทันใดนั้นทุกสิ่งรอบตัวก็ดูชัดเจนขึ้นมาก