ะ…”
“ฉันก็อยากได้อีก…”
“แต่หมอนั่นมันโหด ถ้าเข้าไปต้องโดนฟาดแน่!”
“หลี่เสี่ยวหมิ่นคือใคร มีใครรู้จักไหม”
ผมไม่สนใจเสียงเหล่านั้น ตั้งสมาธิอยู่กับการปกป้องอาจารย์
ผ่านไปอีกยี่สิบนาที พิธีเรียกวิญญาณผ่านมาชั่วโมงหนึ่งแล้ว
แต่ดวงวิญญาณของหลี่เสี่ยวหมิ่นก็ยังไม่กลับมา
อาจารย์ยังคงเรียกชื่อของเธอ หุ่นฟางยังคงแน่นิ่ง ไม่มีท่าทีตอบสนองใดๆ
แต่ในตอนนั้นเอง วิญญาณเร่ร่อนที่แอบซ่อนอยู่รอบๆ เกิดตื่นตระหนกขึ้นมา
พวกมันเหมือนหวาดกลัวบางสิ่งบางอย่าง
“มันมาแล้ว…”
“เป็นเด็กผี!”
“หนี! หนีเร็ว!”
เสียงหวีดร้องด้วยความหวาดกลัวดังขึ้น จากนั้นเหล่าวิญญาณเร่ร่อนที่ซ่อนตัวอยู่ตามพงหญ้าก็พากันวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว
เพียงชั่วพริบตา ความเงียบก็กลับคืนมาอีกครั้ง
ผมรู้สึกถึงไอเย็นยะเยือกที่แผ่กระจายไปทั่วบริเวณ
ในตำแหน่งด้านซ้ายตรงหน้า มีหมอกสีดำเหลืองจางๆ ลอยอ้อยอิ่ง มันแผ่กระจายพลังบางอย่างที่ทำให้ผมรู้สึกกดดัน
ความรู้สึกนี้ ผมเคยสัมผัสมาแล้วตอนเผชิญหน้ากับวิญญาณอาฆาต
สีหน้าผมเคร่งเครียดขึ้นทันที ดวงตาจับจ้องไปยังทิศทางนั้นอย่างระแวดระวัง
จากสิ่งที่พวกวิญญาณเร่ร่อนพูดก่อนหนีไป ผมมั่นใจว่าสิ่งที่กำลังจะปรากฏตัวนั้นคือวิญญาณอาฆาตแห่งสุสานร้าง
“แซก…แซก…”
เสียงพุ่มไม้ขยับไหวยามราตรีดังขึ้น ผมกระชับแส้ในมือแน่น พร้อมตั้งท่ารับมือ
อาจารย์ยังคงนั่งนิ่ง ปิดตาแน่น สวดเรียกวิญญาณของหลี่เสี่ยวหมิ่นไม่หยุด
พิธียังไม่เสร็จ