สิ้น
ไอเย็นที่แผ่กระจายเข้มข้นขึ้น พร้อมกับเสียงหัวเราะแปลกประหลาดที่ดังขึ้นในความมืด
“แฮ่ๆ…แฮ่ๆ…”
เสียงหัวเราะนั้นใกล้เข้ามาเพียงห้าเมตรจากจุดที่ผมยืนอยู่
เสียงไม่ดังมาก แต่ให้ความรู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูก
กลุ่มหมอกสีดำเหลืองนั้นไหลเวียนไม่หยุด เหมือนกำลังจะก่อตัวเป็นรูปร่าง
ผมจ้องไปยังต้นเสียง ก่อนเอ่ยเสียงเย็นชา “เป็นใครไม่รู้ แต่ถ้ายังไม่ไสหัวไป อย่าหาว่าฉันไม่ปรานี”
พูดจบ ผมเงื้อแส้แล้วฟาดลงไปบนพื้นเต็มแรง
เสียงแส้ฟาดกระทบอากาศดัง “เพียะ!”
ทว่า…สิ่งที่อยู่ในพงหญ้ากลับไม่หวั่นไหวเลยแม้แต่น้อย
ตรงกันข้าม เสียงหัวเราะนั้นกลับหยุดลง ก่อนที่เสียงเด็กเล็กๆ จะดังขึ้นแทน “พี่ชาย…มาเล่นฟุตบอลกันเถอะ…”
เสียงใส ทว่าขาดความมีชีวิตชีวา แฝงไว้ด้วยความเย็นเยียบ
อาจารย์ลืมตาขึ้นเล็กน้อย ก่อนกล่าวเตือนเสียงเรียบ “เป็นเด็กผี ระวังตัวให้ดี ฉันยังต้องใช้เวลาอีกหน่อยเพื่อตามหาดวงวิญญาณของหลี่เสี่ยวหมิ่น”
‘เด็กผี? หมายถึงผีตัวน้อยเหรอ’ ผมนึกในใจ
เสียงของเด็กผีดังขึ้นอีกครั้ง
“ไม่มีใครเล่นบอลกับผมเลย พี่อยากเล่นกับผมไหม”
เพียงชั่วพริบตาที่สิ้นเสียง
“ตุบ!”
ลูกบอลหนังลูกหนึ่งพุ่งออกมาจากพงหญ้า
มันพุ่งตรงเข้ามาที่ใบหน้าผมด้วยความเร็วสูง
แต่โชคดีที่ผมเตรียมพร้อมเต็มที่ แม้ลูกบอลจะพุ่งมาอย่างรวดเร็ว แต่ร่างกายของผมก็เคลื่อนไหวตอบสนองได้ทันที
ผมสะบัดแส้ในมือฟาดออกไป
“เพียะ!”
แส้ฟาดลงบนลูกบอลอย่างแม่นยำ
ทั