่อีกฟากของป่าก็คือสุสานร้างเนินเขาสิบลี้
อาจารย์จุดบุหรี่สูบ ก่อนจะพ่นควันออกมาช้าๆ “ฮึ…หลายปีแล้วที่ไม่ได้มาแถวนี้”
เขาหันมามองผมแล้วกล่าวด้วยเสียงจริงจัง “เสี่ยวเจียง คืนนี้ตามฉันให้ดี ห้ามเดินออกนอกเส้นทางโดยพลการ โดยเฉพาะหลังจากขึ้นไปบนเขา ห้ามแตะต้องธงขาวบนหลุมศพหรือสิ่งใดก็ตามเด็ดขาด”
ผมเข้าใจดี จึงพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น “อาจารย์วางใจได้ ผมเข้าใจทั้งหมดแล้ว อาจารย์อยากให้ทำอะไรก็บอกมา ผมจะทำตามทุกอย่าง”
อาจารย์พ่นควันบุหรี่ออกมาอีกครั้งก่อนจะพยักหน้า “ดี งั้นไปกันเถอะ!”
ผมพยักหน้ารับ แล้วเดินตามอาจารย์มุ่งหน้าไปยังเนินเขาสิบลี้
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่เขตป่าละเมาะ อากาศโดยรอบเย็นยะเยือกลงทันที
ความมืดมิดปกคลุมไปทั่วบริเวณ
ทุกอย่างดูเลือนราง มองไปทางไหนก็แทบไม่เห็นสิ่งใดชัดเจน
ลมเย็นยะเยือกพัดผ่านเป็นระลอกๆ กระทบผิวกายราวกับมีเงื้อมมือของบางสิ่งที่มองไม่เห็น…
สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยพลังอาฆาต และคงมีสิ่งสกปรกอยู่ไม่น้อย
ผมเดินตามอาจารย์ไปโดยใช้ไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือส่องนำทาง
แต่สำหรับอาจารย์แล้ว ดวงตาของเขาเปรียบเสมือนกล้องมองกลางคืน แม้ไม่ต้องพึ่งแสงไฟก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน
ป่าละเมาะแห่งนี้ไม่ได้กว้างนัก เราใช้เวลาเพียงสิบนาทีก็เดินทะลุออกมาได้
สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าคือเนินเขาที่มีชื่อเสียงในทางอาถรรพ์ นั่นก็คือ สุสานร้างเนินเขาสิบลี้
คืนนี้พระจันทร์ค่อนข้างสว่าง แสงจันทร์สา