วเทียนถูกจุดขึ้นอย่างรวดเร็ว
ผมหยิบธูปสามดอก ตั้งใจจะจุดมัน แต่ทันใดนั้นผมสังเกตเห็นว่าเปลวเทียนที่ผมเพิ่งจุดกลับค่อยๆ เปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีเขียว
แสงสีเขียวทาบทับบรรยากาศรอบตัว
ผมรู้ว่าหมายถึงอะไร
ว่ากันว่า เมื่อพลังอาฆาตรอบตัวมากขึ้น สีของเปลวเทียนจะเปลี่ยนเป็นสีเขียว
เปลวไฟสั่นไหว “พึ่บพั่บ” ไปมา คล้ายจะดับลงได้ทุกเมื่อ
อาจารย์เห็นดังนั้นก็หันไปมองรอบตัวที่ว่างเปล่าพลางบ่นด้วยความหงุดหงิด
“รีบร้อนอะไรกันนัก ใครแม่งเล่นตุกติกวะ ถ้าฉันไม่ให้สูดควันธูปสักดอกเดียวแล้วจะทำไม!”
เขาจ้องไปยังความว่างเปล่ารอบตัวราวกับโกรธใครบางคนอยู่
ถ้าไม่รู้เรื่องคงคิดว่าอาจารย์เป็นบ้าไปแล้ว
แต่ผมรู้ดีว่าแถวนี้คงมีวิญญาณแออัดกันจนเต็มไปหมด
ในขณะเดียวกันอาจารย์ก็ชี้นิ้วไปยังจุดหนึ่งข้างๆ ผมก่อนตะโกนด่าเสียงดัง “ไอ้ฉิบหาย! แกหูหนวกเหรอวะ ถ้าเป่าจนไฟดับละก็ ฉันจะตบให้แม่แกจำหน้าไม่ได้เลย!”
พออาจารย์ตะโกนจบ เปลวไฟสีเขียวหม่นเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงอีกครั้ง แถมเปลวเทียนก็ไม่สั่นไหวอีกต่อไป ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ
ผมรีบจุดธูปทั้งสามดอกทันที
จากนั้นก็ปักลงบนพื้น
ทันทีที่ปักลงไป ควันธูปส่งเสียง “ซู่ๆๆ” ไหม้อย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ…
อาจารย์เห็นว่าธูปไหม้เร็วผิดปกติจึงหันมาถามผม “ในถุงเหลือธูปอีกกี่กำ”
“อีกสามกำ!” ผมมองดูแล้วตอบกลับไป
อาจารย์พยักหน้า จากนั้นหันไปมองจุดว่างเปล่าด้วยสายตาเย็นชา ก่อนตวาดออกมา “แกจะโวยวายหา