หมึกมาให้ฉัน ฉันต้องเขียนยันต์ส่งไปก่อน”
ได้ยินเช่นนั้น ผมรีบหยิบพู่กัน หมึก และกระดาษเหลือง แล้วเดินไปหาอาจารย์ทันที
อาจารย์รับของมา แล้วเอ่ยถาม “ตั้งชื่อว่าอะไร”
เฉาเมิ่งรีบตอบด้วยความตื่นเต้น “เฉาอ้าย!”
อาจารย์พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มลงมือเขียนบนกระดาษอย่างรวดเร็ว
บรรทัดแรกระบุวันเวลาและสถานที่
จากนั้นอาจารย์เขียนชื่อของเด็ก พร้อมวันเดือนปีเกิด
และบรรทัดสุดท้าย ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่สุด
‘ส่งไปปรโลก สำนักหนานเฉวียนรับตัว’
สำนักหนานเฉวียนในปรโลก?
ด้านล่างมีสถานที่เช่นนี้ด้วยหรือ
ผมรู้สึกสงสัยแต่ไม่ได้ถามออกไป
เมื่อเขียนเสร็จ อาจารย์ถือยันต์ไว้ในมือ ก่อนสะบัดนิ้วเพียงครั้งเดียว
“ฟึ่บ!”
เปลวไฟลุกโชน เผาผลาญยันต์จนกลายเป็นเถ้าถ่าน
“เรียบร้อย ตอนนี้ทำพิธีส่งวิญญาณตามขั้นตอนปกติได้แล้ว”
หลังจากอาจารย์พูดจบ เฉาเมิ่งและภรรยาต่างโค้งคำนับด้วยความขอบคุณ
ผมหยิบพู่กันขึ้นมา เขียนชื่อ ‘เฉาอ้าย’ ลงในรายการวิญญาณที่ต้องปลดปล่อย
ครบสิบเอ็ดดวงพอดี
“อาจารย์ งั้นผมไปส่งพวกเขาก่อนนะครับ”
อาจารย์ตอบกลับเรียบๆ “ส่งเสร็จแล้วก็กลับไปพักผ่อนเถอะ คืนนี้ฉันจะตกปลาทั้งคืน ถ้ามีอะไรฉันจะติดต่อไปเอง”
อาจารย์เป็นคนที่ติดการตกปลาอย่างหนัก ผมจึงไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงแค่พยักหน้า
จากนั้นผม เม่าจิ้ง และเฉาเมิ่ง นำเหล่าวิญญาณทั้งสิบเอ็ดออกจากท่าเรือ
ด้านนอกท่าเรือเป็นทางสามแพร่ง
วิญญาณสิบเอ็ดดวง จุดธูปสิบเอ็ดดอก
เม