ผมไม่รู้ว่าเม่าจิ้งมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร แต่เขาช่วยผมไว้ได้มากจริงๆ
เพียงแต่เขาอาจยังไม่เข้าใจถึงความร้ายกาจของวิญญาณคนขับรถตนนี้
แม้จะใช้ทั้งกระบี่ไม้ท้อและยันต์สะกดวิญญาณแล้ว แต่มันก็ยังคงอยู่
ตอนนี้เมื่อเขามองดูวิญญาณคนขับรถที่ถูกผมตรึงไว้กับพื้นคงพอจะเข้าใจแล้วว่า ทำไมผมเพียงแค่ตรึงมันไว้ แต่ไม่ได้ฆ่ามัน
เพราะมันฆ่าไม่ตายยังไงล่ะ…
ผมจ้องวิญญาณอาฆาตตรงหน้า แล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนเอ่ยว่า “ฉันลองมาหมดแล้ว ดูเหมือนจะฆ่ามันด้วยวิธีธรรมดาไม่ได้”
เม่าจิ้งขมวดคิ้วมองรอบตัว เห็นไอความมืดที่ค่อยๆ หลั่งไหลเข้ามาจากทุกทิศทาง
บาดแผลที่เคยอยู่บนร่างของวิญญาณคนขับรถกำลังค่อยๆ ฟื้นตัว
นอกจากนี้ มันเริ่มมีท่าทีดุร้ายมากขึ้น พลังอาฆาตที่แผ่ออกมารุนแรงจนทำให้บรรยากาศรอบตัวหนาวเย็นขึ้นเรื่อยๆ
เม่าจิ้งกล่าวขึ้นว่า “ที่นี่เป็นจุดเกิดเหตุ พลังอาฆาตโดยรอบจะไหลเข้าหามันโดยอัตโนมัติ หากไม่ออกไปจากที่นี่ก่อน พวกเราไม่มีทางสะกดมันได้แน่”
ผมพยักหน้า เหลือบมองไปที่อ่างเก็บน้ำซึ่งยังคงมีน้ำขึ้นปุดๆ ราวกับกำลังเดือด แล้วกล่าวว่า “คุณควบคุมรถบัสคันนี้ได้ไหม ถ้าเราขับมันไปถึงท่าเรืออวี๋จุ่ย อาจารย์ของฉันต้องมีวิธีจัดการมันแน่นอน”
เม่าจิ้งได้ยินดังนั้นก็พยักหน้า “นายคอยกดมันไว้ ฉันจะลองดู”
พูดจบ เม่าจิ้งก็รีบควักกระดาษยันต์และพู่กันจากกระเป๋าสะพายออกมา จากนั้นก็เริ่มเขียนอักขระลงบนกระดาษด้วยความรวดเร็ว
เห็น