ก่อนจะหยิบพู่กันขึ้นมาลองฝึกวาดโครงสร้างในอากาศโดยยังไม่จรดพู่กันลงกระดาษ
โครงสร้างของยันต์ไม่ได้ซับซ้อนมาก และอาจารย์ก็อธิบายละเอียด ผมจึงจดจำเส้นทางการลากพู่กันได้ทั้งหมด
สุดท้าย ผมตัดสินใจลองเขียนยันต์ดูสักครั้ง ภายใต้สายตาจับจ้องของอาจารย์
เริ่มจากใช้วิธีการหายใจที่อาจารย์สอนเพื่อสัมผัสปราณต้นกำเนิดในตันเถียน จากนั้นส่งพลังเข้าสู่พู่กัน แล้วจรดพู่กันลงบนกระดาษอย่างมั่นคง
อาจารย์มองดูอยู่ข้างๆ โครงสร้างและลำดับขั้นตอนของผมไม่มีผิดพลาด
แต่เมื่อผมตวัดเส้นสุดท้ายจบ ยันต์ที่เพิ่งเขียนก็ขาดกลางโดยไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ มาก่อน
“ล้มเหลวสินะ…” ผมขมวดคิ้ว กล่าวออกมาอย่างไม่พอใจ
อาจารย์เห็นว่าผมล้มเหลว ก็ไม่โกรธ แต่กลับยิ้มออกมาแทน
“เสี่ยวเจียง! การเขียนยันต์นั้นไม่ได้ง่ายเหมือนการรวบรวมสามปราณหรอกนะ แม้แต่ยันต์พื้นฐานอย่างยันต์สะกดวิญญาณก็ยังต้องใช้เวลาในการฝึกฝนให้ตกผลึกเสียก่อนถึงจะสำเร็จได้
“นายพึ่งฝึกเป็นครั้งแรก แต่สามารถรวบรวมปราณและควบคุมยันต์ได้ขนาดนี้ ถือว่าไม่เลวเลยจริงๆ เมื่อครั้งที่ฉันฝึกยันต์นี้ยังใช้เวลาถึงหนึ่งวันเต็ม! นายมีพรสวรรค์ บางทีอาจใช้เวลาน้อยกว่าฉันก็เป็นได้…”
ผมไม่ได้สนใจคำพูดของอาจารย์นัก เพราะมัวแต่คิดหาสาเหตุของความล้มเหลว
ข้อผิดพลาดน่าจะอยู่ที่การควบคุมจังหวะของพลังปราณที่ยังไม่สม่ำเสมอ
ผมจึงปรับลมหายใจใหม่ แล้วลงมือเขียนยันต์ซ้ำอีกครั้ง
คราวนี้ผมสัมผัสได้ถึงค