“บรรพจารย์มอบให้ผม?”
ผมอึ้งไปครู่หนึ่ง ตั้งแต่เมื่อไรกันที่บรรพจารย์มอบแส้ให้ผม
ด้วยความสงสัย ผมเดินเข้าไปใกล้
แต่เมื่อมองดูชัดๆ ก็พบว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่โซ่เหล็กสีขาว แต่มันคือกระดูกสีขาวที่เชื่อมต่อกันเป็นท่อนๆ
หากพูดให้ถูก มันคือกระดูกของงูที่ถูกเจียเป็นสามเหลี่ยมในแต่ละข้อ
อาจารย์ได้นำมันมาร้อยเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นแส้กระดูกสีขาว
ผมนึกถึงซากงูที่หายไปจากแท่นบูชา ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นว่า “อาจารย์ ท่านเอากระดูกงูตัวนั้นมาทำเป็นแส้นี้หรือครับ”
อาจารย์พยักหน้า “ใช่ นายเห็นมันเป็นสิ่งแรก แสดงว่ามีวาสนากับมัน สิ่งเดียวที่สามารถนำมาใช้ได้ก็คือกระดูกงูนี่แหละ แส้กระดูกงูนี้เข้าคู่กับกระบี่กระดูกปลาในมือนายพอดี ถือเป็นอาวุธที่สมบูรณ์แบบ ลองสะบัดมันดูสิ”
อาจารย์พูดจบ ก็ส่งแส้กระดูกงูให้ผม
ผมหยิบมันขึ้นมา กระดูกกระทบกันเกิดเสียง “กรอบแกรบ” ดังกังวาน
แส้ยาวกว่าสองเมตร เมื่อสะบัดไปมา ช่างดูแปลกตาและน่าเกรงขาม
ที่ปลายแส้ยังมีอักขระจารึกไว้ คล้ายกับที่สลักบนกระบี่กระดูกปลา
ผมลองแกว่งมันเบาๆ
“เพียะ!”
เสียงแส้กระแทกอากาศดังก้อง รุนแรงยิ่งกว่าที่ผมคาดคิด
อาจารย์พยักหน้า “ดูดีใช้ได้ คืนนี้นายเอาแส้กระดูกงูติดตัวไปด้วย ขึ้นรถเมื่อไหร่ ถ้าใครไม่ยอมเชื่อฟัง ก็ฟาดไปสักป๊าบ ทำยังไงก็ได้ให้มาถึงท่าเรือ ที่เหลือฉันเป็นคนจัดการเอง แบบนี้จะได้ช่วยฟื้นฟูปราณต้นกำเนิดที่นายสูญเสียไปจากการเขียนยันต์เมื่อคื