น
อัตราความสำเร็จเพียงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ ทั้งที่เปลืองพลังไปมากมาย
มันให้ความรู้สึกเหมือนเพิ่งวิ่งห้ากิโลเมตรเต็มกำลังมาหมาดๆ เหนื่อยแทบหมดแรง
ผมรู้สึกว่าถ้ายังฝึกเขียนยันต์ต่อไป ร่างกายคงจะรับไม่ไหว
สุดท้ายจึงต้องวางพู่กันลง
เมื่อมองยันต์สีเหลืองที่เขียนสำเร็จสามใบ ก็รู้สึกถึงความสำเร็จไม่น้อย
ผมนั่งลงบนโซฟา หวังจะพักสักหน่อย
แต่ดูเหมือนจะใช้พลังมากเกินไป เพียงเอนตัวลงพิงโซฟา ไม่นานผมก็ผล็อยหลับไป
ในห้วงฝัน ผมเหมือนจะได้ยินเสียงพูดคุยกัน
“เขานี่เอง”
“หน้าตาหล่อใช้ได้เลยนี่”
“ใครอนุญาตให้พวกเจ้าออกมา อยากกลับลงไปกันหมดหรือไง”
“…”
มีทั้งเสียงผู้ชายและผู้หญิงปะปนกัน ผมพยายามลืมตาดู แต่ไม่ว่าพยายามแค่ไหน เปลือกตาก็หนักอึ้ง จนไม่สามารถลืมขึ้น มันให้ความรู้สึกเหมือนฝันที่ผมไม่อาจควบคุมได้
เมื่อผมลืมตาได้ ก็พบว่าเช้าวันใหม่มาถึงแล้ว
ผมยังคงนอนอยู่บนโซฟาโดยมีผ้าห่มผืนบางคลุมตัวไว้
เมื่อลุกขึ้นนั่งแล้วมองดูผ้าห่ม คงเป็นอาจารย์ที่เอามาคลุมให้
ผมบิดขี้เกียจ ก่อนจะลุกขึ้นยืน
ยันต์ที่เขียนไว้เมื่อคืนยังคงวางอยู่บนโต๊ะน้ำชา
ผมหยิบมันขึ้นมาเก็บไว้อย่างดี ก่อนจะล้างหน้าแล้วลงไปข้างล่าง
แต่เมื่อเดินผ่านแท่นบูชาของบรรพจารย์ กลับพบว่าซากงูที่เคยวางบูชาอยู่หายไป
เมื่อเดินลงมาถึงชั้นล่าง ก็เห็นอาจารย์ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ กำลังยุ่งอยู่กับบางสิ่ง
“อาจารย์!” ผมเอ่ยเรียก
อาจารย์ได้ยินเสียงเรียก แต่ไม่ได้ห