ของมันเริ่มเข้มขึ้นราวกับหมดความอดทน
“เด็กน้อย! เจ้าจะตอบได้หรือยัง! ข้าเป็นเทพหรือเป็นเซียน!?”
กลิ่นเหม็นเปรี้ยวลอยปกคลุมรอบตัวผมอีกครั้ง
แรงกดดันพุ่งเข้าใส่จนผมเริ่มรู้สึกอึดอัด หายใจแทบไม่ออก
ดูเหมือนผมไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องตอบมัน
จากเรื่องเล่าที่ผมเคยได้ยินมา หากมนุษย์ยอมรับสัตว์เดรัจฉาน มันจะสามารถใช้โชคชะตาของเราเพื่อเพิ่มพลังตบะของมัน
แต่ถ้าผมไม่ตอบ มันอาจไม่ยอมปล่อยผมไป
โชคดีที่อาจารย์อยู่ใกล้ๆ ผมแค่ต้องถ่วงเวลาสักหน่อย
ผมสูดลมหายใจลึก แล้วพูดขึ้น “แกต้องการคำตอบจริงๆ ใช่ไหม”
“รีบพูดมา! ข้าเป็นเทพหรือเซียน!?”
น้ำเสียงของมันเร่งเร้า กรงเล็บของมันกดลึกลงไปในต้นไม้ ดวงตาสีเขียวมรกตฉายแววโหดร้าย ขนสีเหลืองซีดทั่วตัวของมันลุกชัน ทำให้ดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งขึ้น
“ได้! งั้นฉันจะตอบ!”
เมื่อได้ยินดังนั้น ปีศาจพังพอนร่างมนุษย์ก็เผยรอยยิ้มประหลาด
มันดูเหมือนคาดการณ์ไว้แล้วว่าผมจะตอบคำถามนี้
ผมจ้องหน้ามัน ก่อนจะพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ
“แกไม่เหมือนเทพ ไม่เหมือนเซียน แต่เหมือนไอ้จ้อน!”
ทันทีที่คำพูดหลุดออกจากปาก สายลมในป่าที่เคยสงบนิ่งก็พลันกลายเป็นพายุหมุนอันบ้าคลั่ง!
สายลมเริ่มพัดแรงขึ้น เสียง “วูม” ก้องสะท้อนทั่วป่า กิ่งไม้สั่นไหว ใบไม้ปลิวว่อน
เจ้าเดรัจฉานเฒ่าที่ยืนอยู่เบื้องหน้าผม สีหน้ามันเปลี่ยนจากความตื่นเต้นเป็นโกรธจัด
ทันใดนั้น มันพ่นเลือดออกมาเป็นสาย ร่างกายสั่นสะเทือนจนเกือบล้ม