ในป่าเขารกร้างเช่นนี้มีเพียงหญ้ารกและพุ่มไม้ขวางทาง ผมเดินไปสะดุดไปตลอดทาง
เวลานี้ ผมนั่งอยู่ข้างก้อนหินก้อนหนึ่ง
หนึ่งร้อยแปดสิบนาที สามชั่วโมงเต็ม
นั่งหลับตานิ่งอยู่กับที่ช่างทรมานจริงๆ
ผมคิดจะพิงหินหลับสักงีบ ไหนๆ ก็ตั้งนาฬิกาปลุกไว้แล้ว
แต่ให้ตายเถอะ ป่านี้ยุงเยอะเหลือเกิน
เพิ่งจะนั่งลง ไม่นานก็ได้ยินเสียง “หึ่งๆ” ของยุงบินวนรอบตัว
ทั้งตัวถูกกัดจนคันไปหมด
นอนไม่หลับ ได้แต่ตบยุงไปมา
ถ้ารู้มาก่อนคงพกยากันยุงมาด้วย จะได้ไม่ต้องถูกยุงรุมกัดแบบนี้
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว ในขณะที่ผมหงุดหงิดกับอาการคันจากยุงกัด
จู่ๆ ผมก็รู้สึกถึงบางสิ่งที่ผิดปกติ
รอบตัวเงียบลงอย่างฉับพลัน
เสียงแมลงกลางคืนที่ร้อง “จิ๊ดๆ” ลดลงเรื่อยๆ และเงียบไปในที่สุด
เสียงยุงที่บินวนรอบตัวผมก็หายไปหมด
ความเงียบงันที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันทำให้ผมตื่นตัวขึ้นมาทันที
ผมเคยได้ยินเรื่องราวจากคนเฒ่าคนแก่เกี่ยวกับการล่าสัตว์บนภูเขา
พวกเขาว่ากันว่าสัตว์ในป่ามีสัญชาตญาณล่วงรู้ถึงอันตราย
ยิ่งป่าเงียบลงเท่าไรก็ยิ่งอันตรายมากขึ้นเท่านั้น
สิ่งนี้หมายความว่า รอบตัวผมอาจมีสัตว์ร้ายปรากฏตัวอยู่ก็เป็นได้
ผมตื่นตัวขึ้นมาโดยอัตโนมัติ เงี่ยหูฟังเสียงรอบตัว
มือหนึ่งจับกระบี่กระดูกปลาแน่น ค่อยๆ ยืนนิ่งไม่ขยับ
รอบตัวเงียบสนิท ไร้เสียงใดๆ
แม้แต่เสียงลมพัดก็ไม่มี ผมไม่กล้าขยับ เพียงยืนนิ่งอยู่กับที่
สักพักหนึ่ง ผมก็ได้กลิ่นประหลาดในอากาศ
ผ