ผมรับเหรียญสีดำสนิทมานี่เป็นสิ่งเดียวที่เสี่ยวอวี่เหลือทิ้งไว้
เมื่อมองเหรียญนี้ ผมนึกถึงเรื่องราวที่ผมเคยมีร่วมกับเธอ
แม้เธอจะเป็นผี แต่เธอไม่เคยทำร้ายผมเลยสักครั้ง มีแต่ช่วยเหลือและคอยปกป้องผม
ผมอยากรู้เหลือเกินว่าเธอกำลังเผชิญกับอะไร หรือประสบปัญหาอะไรอยู่ ผมอยากช่วยเธอ
แต่น่าเสียดายที่ความสามารถของผมยังมีจำกัด
แม้แต่อาจารย์ซึ่งเป็นคนเก็บศพที่มีชื่อเสียงก็ยังไม่กล้าเข้าไปในตึกทดลองตอนกลางคืน
สิ่งเดียวที่ผมทำได้ตอนนี้คือภาวนาให้เธอผ่านพ้นอุปสรรคไปให้ได้
หลังจากนั้นลุงกับผมก็คุยกันต่อเกี่ยวกับเรื่องผีและสิ่งลี้ลับ
จากนั้นลุงก็ถามขึ้นว่า “เสี่ยวเจียง! ในเมื่อนายเข้ามาในสายนี้แล้ว ได้ไปรับพรจากบรรพจารย์หรือยัง ไหนลองบอกลุงหน่อยซิว่านายได้อะไร”
ผมส่ายหัว
“ยังเลย อาจารย์มัวแต่ไปตกปลา ไม่ได้พาผมไปรับพร”
แล้วผมก็ถามต่อด้วยความสงสัย “ลุงอวี๋ พรจากบรรพจารย์นี่มีของจริงให้เห็นเลยเหรอ”
ลุงหัวเราะออกมา “ฮ่าๆ แน่นอนว่ามันเป็นของจริง แต่จะเป็นของที่บรรพจารย์มอบให้เองหรือเปล่า อันนี้ก็ไม่แน่ใจ ตอนลุงเข้ามา ลุงได้รับหมั่นโถวที่กินเหลือครึ่งหนึ่ง อาจารย์ของลุงบอกว่าหมั่นโถวถือเป็นอาหาร จึงถ่ายทอดวิชา ‘อาหารคนตาย’ ให้ลุง”
ผมฟังแล้วรู้สึกประหลาดใจ
ผมเคยหาข้อมูลเกี่ยวกับบรรพจารย์จากอินเทอร์เน็ตมาแล้ว
ว่ากันว่า ‘จักรพรรดิเฟิงตู’ หรือ ‘ราชายมโลกเฟิงตู’ เป็นผู้ปกครองแดนวิญญาณ และเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูง