นเพียงลำพัง”
พูดจบ เขาเงยหน้ามองไปที่ตึกทดลอง สีหน้าของเขาเผยให้เห็นแววหวาดระแวงเล็กน้อย
ผมได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะแห้งๆ
ก่อนหน้านี้ผมไม่รู้เลยว่าตึกนี้น่ากลัวขนาดไหน
ถ้าไม่ใช่เพราะอาจารย์วิชากายวิภาคคอยตามรังควาน แถมยังมีผีจางเฉียงเล่นงานอีก ผมก็คงไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับที่นั่นเลย
แต่เมื่อเห็นว่าเม่าจิ้งช่วยพวกเราด้วยไก่ของเขา ผมก็ยื่นมือไปจับมือเขาตอบ “ขอบคุณที่ช่วยพวกเราไว้ ฉันชื่อเจียงหนิง”
เม่าจิ้งพยักหน้าให้ผม จากนั้นก็หันไปมองหวังชุ่ย “หวังชุ่ย ฉันมาที่นี่เพราะพ่อแม่ของเธอส่งให้ฉันมาตามเธอกลับบ้าน”
ได้ยินเช่นนั้น หวังชุ่ยก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที “พ่อ…แม่…พวกท่านอยู่ที่ไหน”
“พวกเขาอยู่ที่ศาลาบำเพ็ญกุศล เดี๋ยวฉันจะพาเธอไปพบพวกเขาเอง”
เม่าจิ้งพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ก่อนจะหยิบถุงผงสีขาวออกมาจากกระเป๋า
ผมไม่รู้ว่าเขาตั้งใจจะทำอะไร แต่เขาเทผงนั้นลงบนฝ่ามือ แล้วเป่ามันไปที่ใบหน้าของหวังชุ่ย
ละอองสีขาวลอยปกคลุมไปทั่วใบหน้าของเธอ
“คันจัง!” หวังชุ่ยร้องออกมา พร้อมพยายามจะใช้มือเกา
แต่เม่าจิ้งยกมือห้าม “อย่าขยับ อีกเดี๋ยวใบหน้าของเธอจะกลับเป็นปกติ”
เขายังคงพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่แสดงอารม