เหล่าผีที่อยู่ข้างล่างแตกต่างจากหวังชุ่ยอย่างชัดเจน ดวงตาของพวกมันเป็นโพรงดำสนิทราวกับถูกย้อมด้วยหมึกดำ ดูดุร้ายและน่าสะพรึงกลัวกว่า อีกทั้งจำนวนยังมากกว่า
ผมไม่มีทางยอมให้พวกมันเข้าถึงตัวเด็ดขาด
ผมกระชากมือหวังชุ่ย แล้วเร่งฝีเท้าวิ่งขึ้นบันไดต่อไป
ไม่นานนักเราก็มาถึงชั้นบนสุด
ป้ายบอกชั้นก็ยังคงแสดงว่าเป็น ‘ชั้นสี่’ เช่นเดิม แต่สิ่งที่แตกต่างออกไปคือ เสียงที่ดังมาจากอีกฝั่งของประตูหนีไฟในชั้นนี้
เมื่อเงี่ยหูฟัง ผมได้ยินเสียง “กุ๊กๆๆ” คล้ายเสียงไก่ขัน
ผมหันกลับไปมองบันไดด้านหลัง เหล่าผีกำลังไล่ตามเรามาใกล้ทุกที
ไม่มีเวลามัวลังเลอีกต่อไป
ผมหันกลับไปคว้าประตูหนีไฟแล้วออกแรงกระชากสุดแรง แต่ประตูนั้นหนักมากจนเส้นเลือดบนหน้าผากผมปูดโปน
หวังชุ่ยเห็นดังนั้นจึงเข้ามาช่วยอีกแรง
เราสองคนออกแรงดึงประตูไปข้างหลังเต็มกำลัง
ขณะเดียวกันผนังทางเดินก็เริ่มขยับบิดเบี้ยวรุนแรงขึ้น
มันเคลื่อนไหวราวกับเป็นลำไส้ของสิ่งมีชีวิตที่กำลังบีบรัดเราเข้าไปทีละนิด
“อื่อ…”
เสียงครางต่ำจากผีที่อยู่เบื้องหลังดังใกล้เข้ามา
“อ๊าก!” ผมกัดฟัน ออกแรงทั้งหมดที่มีดึงประตู
หวังชุ่ยเองก็ใช้แรงทั้งหมดช่วยดึงเช่นกัน
เสียงไก่ขันจา