กอีกฝั่งของประตูดังขึ้นรัวเร็วราวกับกำลังตอบรับเรา
ในที่สุด ประตูก็เปิดออกเล็กน้อยพอให้เรามองเห็นด้านใน แต่สิ่งที่ผมเห็นทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ
ไก่ตัวใหญ่ยืนอยู่ตรงนั้น แต่กลับไม่มีหัว…
มันเหมือนกับไก่ที่ถูกกัดหัวขาดในห้องชันสูตรไม่มีผิด
แม้จะไม่มีหัว แต่มันยังคงยืนตัวตรง และเสียง “กุ๊กๆๆ” ก็ดังออกมาจากลำคอไร้หัวนั่น
แม้ภาพที่เห็นจะน่าสะพรึงกลัว แต่ผมรู้ดีว่าหากมัวลังเลอยู่ที่นี่ก็มีแต่ความตายเท่านั้นที่รอเราอยู่
“ไปเร็ว!” ผมตะโกน
หวังชุ่ยที่ยังคงสั่นกลัวพยักหน้า ก่อนจะรีบเบียดตัวออกไปทางประตู
ทันใดนั้นเอง ผีตนหนึ่งกระโจนเข้ามาจากด้านหลัง มันส่งเสียง “อื่อ!” ขณะพุ่งตรงเข้ามาหาผม
ผมเบิกตากว้าง รีบกระโจนตามหวังชุ่ยออกไป
แต่ผมไม่เร็วพอ…
กรงเล็บของมันข่วนเข้าที่แผ่นหลังของผมจนรู้สึกถึงความแสบร้อน
ผมสลัดความเจ็บปวดทิ้งแล้วฟันสวนไปด้านหลัง
ปลายกระบี่กระดูกปลาฟาดเข้าใส่แขนของผีตนนั้นโดยตรง
เสียง “ฉัวะ!” ดังขึ้น
ปลายนิ้วของมันขาดกระเด็นร่วงลงกับพื้น ก่อนจะลุกเป็นเปลวไฟสีน้ำเงินและสลายไป
ผีตนนั้นกรีดร้องโหยหวน รีบหดมือกลับไปในขณะที่ประตูหนีไฟปิดลงเสียงดัง “ปัง!”
เหล่าผีที่ตามล่าพวกเราถ