ูกขังไว้อีกด้าน
และทันทีที่ประตูปิดลง ผมสังเกตเห็นบางอย่างแปลกไป
ป้ายบอกชั้นที่อยู่บนประตูเปลี่ยนเป็น ‘ชั้นสอง’ ทั้งที่เราควรจะอยู่ชั้นสาม
นี่มันอะไรกัน เราถูกเล่นตลกกับกฎของสถานที่นี้อีกแล้วงั้นเหรอ
ก่อนที่ผมจะได้คิดอะไรไปมากกว่านี้ ไก่ไร้หัวตัวนั้นก็ส่งเสียง “กุ๊กๆๆ” อีกครั้ง แล้วหมุนตัววิ่งไปตามทางเดิน
หวังชุ่ยที่ยังคงหายใจหอบหันมาพูดกับผม “รุ่นพี่! มันบอกให้เราตามมันไป!”
ผมหรี่ตาลง รู้สึกได้ถึงความแปลกประหลาด
ผมไม่ได้ยินอะไรนอกจากเสียงไก่ขัน แต่หวังชุ่ยกลับเข้าใจความหมายของมัน
ถึงอย่างนั้น ผมก็ไม่มีทางเลือกอื่น
ที่นี่เต็มไปด้วยหมอกขาวหนาทึบ และเสียงฝีเท้าของเหล่าผีที่ถูกขังอยู่หลังประตูดังแว่วออกมา
ผมหันไปพยักหน้าให้หวังชุ่ย “ไปกันเถอะ!”
เราสองคนรีบวิ่งตามไก่ไร้หัวไปตามทางเดิน
เสียงฝีเท้าของมันดังก้องบนพื้นกระเบื้อง เป็นเสียงเดียวที่นำทางเราไปข้างหน้า
เราผ่านห้องชันสูตรหลายห้อง แต่เมื่อผ่านห้องหนึ่ง ผมเหลือบมองเข้าไปและต้องหยุดชะงัก
ผมเห็นร่างของไก่ไร้หัวอีกตัวหนึ่งนอนแน่นิ่งอยู่บนโต๊ะชันสูตรภายใต้แสงจันทร์สลัว
ผมหันกลับมามองไก่ตัวที่วิ่งนำหน้า มันยังคงวิ่งไปข้างหน้าเหมือน