ไม่มีอะไรเกิดขึ้น…
ผมเผลอสูดลมหายใจลึกอย่างไม่รู้ตัว
นี่มัน…วิญญาณของไก่ตัวนั้นอย่างนั้นหรือ!
ผมกลืนน้ำลายลงคอและวิ่งต่อไป
ใครก็ตามที่สามารถควบคุมวิญญาณไก่ตัวนี้ได้ ต้องเป็นผู้มีฝีมือสูงมากแน่ๆ…
ไม่เพียงสามารถใช้ไก่เรียกวิญญาณ แต่ยังควบคุมวิญญาณของมันได้อีกด้วย!
ขณะที่กำลังครุ่นคิด ไก่ไร้หัวตัวนั้นก็พาเรามาถึงทางบันไดหลักของชั้นสอง มันไม่รอช้า รีบวิ่งลงไปยังชั้นหนึ่งทันที
เสียง “กุ๊กๆๆ” ของมันดังไม่ขาดสาย แต่สิ่งที่แปลกประหลาดคือ หมอกขาวรอบตัวเรากลับแหวกออกเป็นทางให้ราวกับหวาดกลัวมัน
ผมกับหวังชุ่ยเร่งฝีเท้าวิ่งตามมันลงไป
แต่ยิ่งลงไป หมอกก็ยิ่งหนาขึ้น
อากาศเย็นยะเยือกจนผิวของผมเริ่มชา
ความรู้สึกบอกว่าหากยังอยู่ที่นี่นานกว่านี้ พวกเราคงไม่มีโอกาสรอดแน่ๆ
เราวิ่งจนถึงชั้นล่างสุด หมอกหนาทึบเสียจนระยะมองเห็นลดลงเหลือไม่ถึงสองเมตร!
แม้จะมีไฟฉายจากมือถือช่วยส่องทาง และมีไก่ไร้หัวนำทางอยู่ข้างหน้า แต่เราก็ยังมองไม่เห็นอะไรข้างหน้าเลย
ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเร่งฝีเท้าวิ่งไปให้เร็วที่สุด
เสียง “ครืด” อันแผ่วเบาแต่ชัดเจนดังมาจากด้านหลัง
เสียงนั้นเหมือนบางสิ่งกำลังเคลื่อนที่ และกำลังใกล้เข้ามาเรื