ทันทีที่ผมเปิดประตูหนีไฟก็ต้องตกตะลึง
อีกฝั่งของประตูไม่ใช่ภายในอาคารของชั้นสี่ แต่เป็นบันไดลาดเอียงที่มีทั้งพุ่งขึ้นและลง
เหมือนผมกำลังยืนอยู่ตรงจุดตัดของเส้นทางที่บิดเบี้ยวเป็นรูปสวัสติกะ
ผมหยิบมือถือขึ้นมาใช้ไฟฉายส่องดูบันไดทั้งสองด้าน
แต่สิ่งที่เห็นมีเพียงความมืดมิดไม่มีที่สิ้นสุด บรรยากาศให้ความรู้สึกเหมือนบันไดนี้ทอดลึกลงไปสู่ขุมนรก
“ให้ตายเถอะ…พวกวิญญาณที่นี่กะจะขังเราไว้จนตายเลยสินะ!” ผมสบถออกมาพร้อมกับทุบหมัดลงบนประตูอย่างโมโห
เสียงกระแทกก้องกังวานไปทั่วทั้งทางเดิน
หวังชุ่ยที่เห็นผมโกรธก็พูดขึ้นด้วยเสียงสั่นเครือ
“รุ่นพี่…ไม่ต้องกังวลเรื่องฉันก็ได้…รุ่นพี่หาทางหนีไปเองเถอะ…ยังไงฉันก็ตายไปแล้ว ฉันไม่อยากให้รุ่นพี่ต้องมาติดอยู่ที่นี่เพราะฉัน”
เธอพูดไปสะอื้นไป แม้ใบหน้าของเธอจะมีแผลเหวอะหวะครึ่งหนึ่งจนทำให้ดูสยดสยอง แต่ผมก็มองออกว่าเธอพูดจากใจจริง
ทว่าในสถานการณ์เช่นนี้ ผมกับเธอก็ไม่ต่างจากแมลงที่ติดอยู่ในใยแมงมุมเดียวกัน อีกทั้ง เธอเป็นคนช่วยชีวิตผมไว้ ผมไม่มีทางทอดทิ้งเธอแน่นอน
แม้เธอจะเป็นวิญญาณก็ตาม
ผมพยายามควบคุมอารมณ์ บอกตัวเองซ้ำๆ ว่าต้องสงบสติอารมณ์ อย่าให้สิ่งที่เห็น