ของผมอย่างหวาดกลัว
ผมเหลือบมองกลับไปด้านหลัง เห็นว่าหมอกขาวนั้นอยู่ห่างไม่ถึงสามเมตรแล้ว แถมยังคืบคลานมาเรื่อยๆ
ผมกัดฟันแน่น พยายามขยับขาให้เร็วขึ้น
ถ้าเป็นในสถานการณ์ปกติ ผมคงวิ่งออกไปได้อย่างง่ายดาย แต่ตอนนี้ขาของผมหนักราวกับมีมือของใครหลายคนดึงรั้งไว้
เหงื่อไหลอาบใบหน้า ผมวิ่งไปข้างหน้าราวกับคนเสียสติ
“เร็วสิ! เร็วเข้า!” ผมตะโกนออกมาพร้อมทั้งพยายามเร่งฝีเท้า
หวังชุ่ยยื่นมือออกมาเพื่อดึงผม แต่เธอเองกลับไม่กล้าเอาตัวเข้ามาในห้องนี้
สามเมตร...สองเมตร...หนึ่งเมตร...
ในที่สุด ขณะที่หมอกขาวกำลังจะกลืนกินข้อเท้าของผม ผมก็คว้าจับมือของหวังชุ่ยได้ทัน
มือของเธอเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง แต่ทันทีที่คว้ามือผมไว้ เธอก็ออกแรงกระชากผมออกจากห้องอย่างแรง
ร่างของผมถูกดึงไปข้างหน้า และในพริบตาเดียวผมก็ถูกดึงพ้นจากธรณีประตู
ทันทีที่ผมหลุดออกมา หวังชุ่ยไม่รอช้า เธอคว้าประตูทั้งสองข้างแล้วกระแทกมันปิดลงทันที
“ปัง!” เสียงประตูกระแทกดังสนั่น
ไม่กี่วินาทีต่อมา
“ตึง!”
เสียงดังสนั่นจากด้านในราวกับมีบางสิ่งพุ่งชนประตูเต็มแรง
แรงกระแทกนั้นมากพอจะทำให้หวังชุ่ยกระเด็นล้มลงกับพื้น พร้อมร้องครางเบาๆ
ผมหันกลับไปม