องประตูที่ปิดสนิทอีกครั้ง
เห็นหมอกขาวบางเบาค่อยๆ ซึมออกมาจากรอยแยกของประตู และในหมอกนั้นผมเห็นเงาของนิ้วมือจำนวนมากเลื่อนผ่านไปมา ราวกับว่าภายในหมอกนั้นเต็มไปด้วยบางสิ่งที่น่าขนลุกจนนึกไม่ถึง
หากหวังชุ่ยไม่รีบเตือนและดึงผมออกมาในนาทีสุดท้าย ผมคงไม่มีโอกาสรอดชีวิตแน่
ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหวาดหวั่น ก่อนจะหันไปมองหวังชุ่ย
ใบหน้าของเธอยังคงเละเทะไปครึ่งซีก เนื้อหนังขาดวิ่นจนมองเห็นโครงกระดูก
แต่แทนที่จะกลัว ผมกลับรีบลุกขึ้น แล้วกล่าวกับเธอด้วยความห่วงใย
“รุ่นน้อง เธอเป็นอะไรหรือเปล่า”
พูดจบ ผมยื่นมือไปช่วยพยุงเธอ
แต่หวังชุ่ยกลับรีบยกมือขึ้นบังครึ่งใบหน้าที่ไร้ผิวหนังของเธอโดยอัตโนมัติ
เธอส่ายหัวเบาๆ แล้วพูดด้วยเสียงแผ่วเบา “ฉันไม่เป็นไร รีบออกจากที่นี่เถอะ ที่นี่อันตรายมาก”
พูดจบ เธอลุกขึ้นยืน เตรียมนำทางผมออกไปจากที่นี่
“ตกลง!” ผมเองก็รับรู้ได้ว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ควรอยู่นาน จึงพยักหน้าตอบรับ
เราสองคนรีบมุ่งหน้าออกไปทันที
ณ บันไดที่มืดมิด หวังชุ่ยเดินเขย่งเท้านำหน้า ส่วนผมเร่งฝีเท้าตามหลัง
แม้เราจะเดินกันอยู่สองคน แต่กลับมีเพียงเสียงฝีเท้าของผมดังอยู่เพียงลำพัง
ด้วยความรีบร้อนที่จะออก