รถบัสโดยสารรอบเช้าคันนี้ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันจนผมเองก็อดแปลกใจไม่ได้
เมื่อรถบัสจอดสนิท ประตูหน้าก็เปิดออกทันที
จากนั้นผมเห็นคนขับรถจับพวงมาลัยไว้แล้วเอนตัวมาข้างหน้า ก่อนจะเอ่ยถามว่า “น้องชาย เกิดอะไรขึ้นเหรอ”
ผมรีบตอบกลับด้วยความร้อนรนว่า “พี่ครับ ลุงของผมได้รับบาดเจ็บ ต้องรีบไปโรงพยาบาลด่วน!”
เมื่อได้ยินดังนั้น คนขับรถก็ไม่ลังเลเลยสักนิด “ขึ้นมาเลย! เดี๋ยวพี่พาไปส่ง”
คำพูดนั้นทำให้ผมรู้สึกดีใจจนบอกไม่ถูก ยังมีคนดีๆ อยู่ในโลกนี้จริงๆ
แล้วคนขับก็หันไปพูดกับผู้โดยสารในรถว่า “ผู้โดยสารทุกท่าน ตอนนี้มีผู้บาดเจ็บที่จำเป็นต้องไปส่งโรงพยาบาลโดยด่วน ดังนั้นเส้นทางเดินรถจะมีการเปลี่ยนแปลง หากใครมีธุระเร่งด่วน…
“หากใครต้องการลงก่อนสามารถแจ้งได้เลยนะครับ ขออภัยในความไม่สะดวก”
ในรถโดยสาร ผู้โดยสารเงียบสนิท ไม่มีใครลุกขึ้นหรือพูดอะไร ทุกอย่างเงียบสงบ
เมื่อคนขับเห็นว่าไม่มีใครลงหรือแสดงท่าที เขาจึงพูดต่อว่า “ถ้างั้น ออกเดินทางได้”
ทันทีที่พูดจบ เสียงประตูปิดดัง “แกร๊ก”
แต่ขณะนั้นเอง หัวใจผมกระตุกวูบ
เมื่อครู่นี้คนขับรถพูดว่า ‘ออกเดินทาง’ งั้นหรือ
คำว่า ‘ออกเดินทาง’ ไม่ใช่คำที่คนขับรถทั่วไปจะพูด
ปกติจะพูดว่า ‘