ไร้สาระ แต่ในสถานการณ์ตอนนี้ ผมไม่กล้าประมาทเลย
ดังนั้น ผมจึงไม่หันกลับไปทันที แต่กลับเอามือวางบนด้ามมีดหัวมังกรที่เหน็บอยู่ที่เอว พลางถามออกไปว่า “ลุงอวี๋? ลุงจริงๆ เหรอ มีอะไรหรือเปล่าครับ”
พูดไป มือก็จับด้ามมีดแน่นขึ้นเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันผมค่อยๆ หมุนศีรษะไปทีละนิดอย่างช้าๆ สายตาเริ่มขยายมุมมองขึ้นทีละเล็กทีละน้อย
ในความตึงเครียดนี้ ผมได้ยินเสียงหัวเราะของลุงอวี๋ดังขึ้น “ฮ่าๆ ! อย่าตื่นกลัวไปนัก ลุงเอง คนจริงไม่ใช่ผี! แต่นายนี่รู้เรื่องดีเหมือนกันนะ ที่ไม่รีบหันกลับมา”
พร้อมกับเสียงพูดนั้น ผมได้ยินเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ทำให้ผมยิ่งระแวงหนักกว่าเดิม ถึงขั้นดึงมีดหัวมังกรออกมาครึ่งเล่มแล้ว
แต่ตอนนั้นเอง มุมสายตาผมก็เหลือบไปเห็นเงาร่างของคนอ้วนหัวล้านคุ้นตาที่กำลังถือของบางอย่างวิ่งมาทางผมด้วยท่าทางรีบเร่ง
เงาของลุงทอดยาวไปบนกำแพงภายใต้แสงไฟที่สลัว ทำให้ผมโล่งใจไปบ้าง
เมื่อเห็นว่าเป็นลุงอวี๋จริงๆ และมีเงาอยู่ ผมถึงได้ผ่อนคลายลงเล็กน้อยก่อนจะหมุนตัวกลับไปพูดว่า “ลุงอวี๋!”
แม้ยังคงรู้สึกหวาดระแวงในใจ แต่ผมก็ถอนหายใจยาวออกมา พร้อมกับเก็บมีดหัวมังกรที่ชักออกครึ่งหนึ่งกลับเข้าฝัก
ลุงอวี๋