หลังจากด่ากราดใส่โทรศัพท์จนพอใจแล้ว ผมก็กดปิดเครื่องทันที แต่ถึงอย่างนั้น ความตึงเครียดก็ยังทำให้ผมขนลุกซู่ทั้งตัว
เมื่อมองไปตามถนนที่มืดสลัว หัวใจก็เต้นระรัวไม่หยุด ความรู้สึกกระวนกระวายเกาะกินจิตใจ
ผมเดินไปข้างหน้าแบบไร้จุดหมาย เดินไปเรื่อยๆ เป็นชั่วโมงสองชั่วโมง
ผมไม่รู้ว่าควรจะไปที่ไหน หรือจะหันหน้าไปพึ่งใคร แต่สิ่งที่ผมรู้แน่ๆ ก็คือ…ในเมื่อจางเฉียงกลายเป็นผีแล้ว เขาต้องมาหาผมแน่
ผมต้องทำอะไรสักอย่าง จะยืนรอความตายเฉยๆ ไม่ได้
คิดได้แบบนั้น ผมเลยลองค้นหาข้อมูลใน ‘ไป๋ตู้’[1]
ผมพบหัวข้อการค้นหาที่เกี่ยวข้องเต็มไปหมด พร้อมคำตอบแปลกๆ นับไม่ถ้วน
แต่ในบรรดาคำตอบเหล่านั้นก็มีบางข้อที่ดูเหมือนจะเชื่อถือได้อยู่บ้าง เช่น พกพระเครื่อง แขวนกระจกแปดเหลี่ยมไว้ที่หน้าบ้าน ใช้กระบี่ไม้ท้อในการป้องกัน สวดบทพระสูตรเจ้าแม่กวนอิมหรือคัมภีร์เต๋า ไปสุสานวีรชนหรือขึ้นเขาเหมาซานเพื่อขอความช่วยเหลือจากปรมาจารย์ลัทธิเต๋า
ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าวิธีพวกนี้จะได้ผลไหม แต่ในสถานการณ์แบบนี้…คงต้อง ‘รักษาม้าตายดั่งม้าเป็น’[2] ลองดูสักตั้งแล้วกัน
แต่จากสถานการณ์และสภาพของผมในตอนนี้ ดูเหมือนการสวดมนต์จะเป็นวิธีที่เหมาะ