เมื่อมาถึงห้องส่วนตัวภายในโรงแรม ทั้งคู่ก็สั่งอาหารรอ ไม่นานฉีเซิ่งเทียนก็เดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่โกรธเล็กน้อย ก่อนจะเหลือบไปมองเฉินเหยียนและเดินไปทางหลินจือเซี๋ยว
หลินจือเซี๋ยวเห็นเขาเดินมาหา ทั้ง ๆ ที่ในใจนั้นมีเรื่องอยากจะพูดมากมาย อยากจะถาม แต่ว่าเขาก็เดินไปนั่งลงข้างเธอ ราวกับว่าไม่จำเป็นต้องถามอะไร ทัศนคติของเขานั้นชัดเจนอยู่แล้ว
“นายตื่นแล้วเหรอ?” เธอถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย
ฉีเซิ่งเทียนที่กำลังโกรธนั้น พอได้ยินคำถามที่อ่อนโยนของเธอ ความโกรธก็หายไปทันที ก่อนจะจับมือเธอไว้แน่น “ตื่นแล้ว เธอเที่ยวสนุกไหม?”
ไม่สนุกอยู่แล้ว มีเฉินเหยียนจะสนุกได้ยังไง!
“ก็ดี พี่เฉินได้มาไม่น้อยเลย บอกว่าฉันเป็นเทพแห่งโชคลาภด้วยแหละ” หลินจือเซี๋ยวหัวเราะ สถานการณ์ศัตรูความรักที่คลุมเครือต้องแสดงศักยภาพให้เหมือนว่าไม่มีอะไร
“อืม เธอเป็นตัวนำโชค เป็นเทพแห่งโชคลาภจริง ๆ ไม่อย่างนั้นอาจจะทำลายโชคชะตาของเธอได้” ฉีเซิ่งเทียนเอื้อมมือไปลูบผมข้าง ๆ หูของเธอ
นี่คือการแสดงความรักกันเหรอ?
ต่อหน้าเฉินเหยียน?
หลินจือเซี๋ยวรู้สึกยังไม่ค่อยสบายใจ หรือว่าในใจของฉีเซิ่งเทียนยังคิดแบบนั้น เฉินเหยียนชอบเขา?