เมื่อหลินจือเซี๋ยวได้ยินเธอพูดก็เหลือบมองไปที่ชายที่อยู่ข้าง ๆ ถึงเขาจะรังแกเธอไม่ใช่น้อย แต่ส่วนใหญ่เขาก็ดูแลเธอดีอยู่บ่อยครั้ง และเมื่อได้ยินคำพูดของเฉินเหยียนก็ยิ่งรู้สึกซาบซึ้งอย่างมาก
แม้ฉีเซิ่งเทียนจะเป็นของมือสองคงจะไม่มีอะไร ยังไงก็เป็นครั้งแรกที่เขาทำ อย่างเช่นดูแลผู้หญิงอย่างทะนุถนอม
ให้เกียรติผู้หญิงอย่างมากซึ่งก็เป็นตัวเธอเอง
“เธอไม่พูดก็ไม่มีใครว่าเธอไม่มีปากหรอกนะ หรือว่าไม่มีอะไรอุดปากเธองั้นเหรอ?” ฉีเซิ่งเทียนมองไปที่อาหารบนโต๊ะ “อยากกินอะไรก็หยิบเอาเอง ท้องจะได้ไม่หิว!”
“ทำยังไงดี ฉันไม่อยากใช้มือของตัวเองนี่! นายช่วยฉันหน่อยได้ไหม!” เฉินเหยียนตอบเขาอย่างขบขัน
“ช่วยเธองั้นเหรอ ได้สิ!” ฉีเซิ่งเทียนพูดอย่างสบาย ๆ
สักพักผู้หญิงในห้องทั้งสองคนก็มองมาที่เขาอย่างแปลกใจ ที่เขาพูดหมายความว่ายังไง?
“ถ้ามือทั้งสองข้างของเธอขาด ฉันอาจจะลองพิจารณาช่วยเธอดู” เขาที่เพิ่งแกะกุ้งใส่ลงในชามของหลินจือเซี๋ยวเอ่ยขึ้น
ความหมายของเขานั้นคือตอนนี้เขาจะไม่ช่วยเธอ
“เหอะเหอะ จริง ๆ เลย ไอ้….เพื่อนคนนี้ เลวจริง ๆ!” เฉินเหยียนหยิบตะเกียบมาแล้วคีบเอง