พรึง“เกิดอะไรขึ้น”เทพแห่งจิตมารเห็นเทพแห่งเคราะห์ร้ายเหม่อลอย ในใจก็เต็มไปด้วยความกระวนกระวาย เขาเงยหน้ามองด้านบนตามสัญชาตญาณ ทันใดนั้นเขาก็เห็นดวงตาแนวตั้งสีทองดวงหนึ่งอยู่บนท้องฟ้า มันกำลังก้มลงมามองพวกเขาอย่างเฉยชาไร้ความรู้สึกสายตาของเขาสบกับดวงตาแนวตั้งสีทองดวงนั้น เพียงชั่วพริบตาเดียว สติของเขาก็จมลงในห้วงแห่งความสับสนอันหาที่สิ้นสุดไม่พบหลายวันหลังจากนั้นเจียงฉางเซิงก็เรียกพลังอภินิหารกลับมา เขาขมวดคิ้วความทรงจำของเทพทั้งสองล้วนเกี่ยวกับการต่อสู้นับตั้งแต่พวกเขาถือกำเนิดก็ต่อสู้อยู่ตลอด พวกเขามิเคยฝึกบำเพ็ญแม้แต่น้อย เมื่ออายุขัยมากขึ้น พลังเทพของพวกเขาก็ค่อยๆ เพิ่มพูนทีละนิดตามไปเอง นอกจากหน้าตาของผู้แข็งแกร่งจำนวนหนึ่ง เขาก็สืบไม่พบข้อมูลใดทั้งสิ้นแม้แต่มหาสมุทรเชื่อมอนธการ พวกเขาก็ยังไม่เคยไปเยือนด้วยซ้ำ พวกเขาถูกพลังโชคชะตาของวิถียุทธ์สะกดอยู่ในเบื้องลึกของห้วงมิติ ต่อสู้เข่นฆ่ากับสิ่งชั่วร้ายและตัวตนที่เป็นอมตะอื่นๆ มาตลอดเจียงฉางเซิงครุ่นคิดสักพักก็เกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา“พวกเจ้าอยากหลุดพ้นหรือไม่”เทพแห่งเคราะห์ร้ายกับเทพแห่งจิตมารในน้ำเต้าทองม่วงที่เพิ่งฟื้นสติได้ยินคำพูดนี้ก็