อยากจะเปิดปากด่าคนทันทีแต่พอคำพูดมาถึงริมฝีปากกลับต้องกลืนลงคอ เพราะรอบตัวเริ่มมีกาฬวาตสะบั้นมรรคาตั้งเค้ามาอีกแล้วพวกเขาไม่อยากจะทนกับเจ้าลมเส็งเคร็งนี่แล้วจริงๆยามเผชิญกับกาฬวาตสะบั้นมรรคา แม้กระทั่งพลังเทพของพวกเขาก็มิอาจปกป้องพวกเขาได้เทพแห่งเคราะห์ร้ายถามเสียงเคร่งเครียด“หมายความว่าอย่างไร เจ้าคิดจะทำลายพวกข้าหรือ เพ้อเจ้อฝันเฟื่อง!”“สวามิภักดิ์ต่อวิถีเซียน กลายเป็นเทพแห่งวิถีเซียน ต่อแต่นี้พวกเจ้าก็จะเป็นอิสระ มิต้องจมดิ่งอยู่กับสัญชาตญาณแห่งการเข่นฆ่า หรือถูกวิถียุทธ์กับมหามรรคาสายอื่นไล่ล่าเฉกเช่นในอดีตที่ผ่านมาอีก”น้ำเสียงของเจียงฉางเซิงเรียบเฉย ถึงขั้นแฝงไปด้วยความเย็นชาเทพแห่งจิตมารตวาดเสียงเกรี้ยวกราด “บังอาจ นี่เจ้าคิดจะดูถูกเทพแห่งมหามรรคารึ”“เทพแห่งมหามรรคาแล้วอย่างไร ก็มิใช่ว่ามาอยู่ในฝ่ามือข้าแล้วหรือ แม้แต่วิถียุทธ์ พวกเจ้ายังขัดขืนไม่ได้ หากข้าสร้างวิถีบำเพ็ญที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าวิถียุทธ์ขึ้นมา ถึงพวกเจ้ามาทำงานให้ข้าก็มินับว่าเสื่อมเสียชื่อเสียง อีกอย่างวิถีเซียนเดิมทีก็เป็นวิถีของเทพอยู่แล้ว!”“ไม่มีทาง!”“น่าขัน ปุถุชนเดินดินกล้ามาบังอาจกับเทพแห่งมหามรรคางั้นรึ”เทพทั้งสององค์ร