นัยน์ตาสีดำของเขานั้นสะท้อนตัวเธอออกมา ใบหน้าเล็ก ๆ ของเธอค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง ริมฝีปากที่อมชมพูของเธอค่อย ๆ ขยุกขยิกไปมา ทำท่าทางราวกับเก้อเขินอาย
เธอเป็นถึงคุณหนูลูกผู้ดี ทำไมถึงได้กลายเป็นแบบนี้เพราะแค่ถูกผู้ชายมองกันนะ!
แบบนี้ไม่ดีเลย!
ทั้งสองคนมองหน้ากันและกัน เธอสังเกตเห็นว่าดวงตาของจิ่งเป่ยเฉินยังคงมองเธอด้วยท่าทีที่เฉยเมย
ริมฝีปากที่เย็นชาของเขาค่อย ๆ เอ่ยปากพูดขึ้นมาว่า “ของที่อยู่ในลิ้นชัก เธอเอาไปหรือเปล่า?”
“เปล่าค่ะ ฉันไม่รู้เลยว่าพี่เขยกำลังพูดถึงของอะไรอยู่กันแน่” จะให้เธอยอมรับตรง ๆ ได้ยังไงกัน
จิ่งเป่ยเฉินเป็นคนฉลาด ถ้าหากเธอยอมรับ มีหรือเขาจะไม่คิดอะไรบ้างเลย
“อันหยาพั่น! เธอพูดความจริงดีกว่านะ!” น้ำเสียงของจิ่งเป่ยเฉินเริ่มดุดันมากขึ้น
คนพวกนั้นทำงานที่บริษัทจิ่งมานาน จะมีก็เพียงแต่อันหยาพั่นที่เพิ่งเข้ามาทำงานที่บริษัท และยังมีโอกาสได้เข้ามาที่ห้องทำงานของเขาด้วย
เป็นไปได้ว่าวันนั้นตอนเธอเข้ามาในห้องทำงานของเขา แล้วยังเอาจี้หยกออกไปด้วย
จี้หยกนั่น…..
ภายในหัวเขานึกถึงสิ่งที่โหรวโหรวเคยถามเขาเรื่องจี้หยก หรือว่าจี้หยกนั้นจะมีอะไรเกี่ยวข้องกันแน่?